fbpx

สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต พฤติกรรมของเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ไว้

Writer : blahblahboong
: 11 เมษายน 2562

เราต่างรู้กันดีนะคะ ว่าการให้ลูกเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนวัยที่เหมาะ หรือมีการใช้ที่มากเกินไป จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูก แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นเนี่ยคืออะไรบ้าง แล้วเราจะป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร รวมไปถึง เมื่อไหร่ที่ลูกสามารถใช้สมาร์ตโฟนได้

เรามาขยายความเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ไว้กันค่ะ

เด็ก 0 – 2 ขวบ วัยอันตราย อย่าเพิ่งให้สัมผัสสมาร์ตโฟน

แรกเกิดจนถึง 2 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่สมอง ร่างกาย และอารมณ์ของเด็ก พัฒนาไปได้เร็วที่สุด เด็กควรที่จะได้รับการเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว สิ่งแวดล้อมต่างๆ การลงมือปฎิบัติจริง ลองผิดลองถูก โดยมีผู้ใหญ่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จึงไม่ควรที่จะสัมผัสกับสมาร์ตโฟนหรือจดจ่ออยู่กับหน้าจอ

สมาร์ตโฟนกับผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก

  • พัฒนาการด้านต่างๆ ช้าลง
  • ไม่เข้าสังคม
  • มีพฤติกรรมรุนแรง
  • มีปัญหาด้านการนอน
  • สมาธิสั้น

เมื่อไหร่ที่เด็กสามารถใช้สมาร์ตโฟนได้

  • อายุ 2 ขวบขึ้นไป
  • จำกัดชั่วโมงในการใช้ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง/วัน
  • เลือกรายการที่เหมาะสม
  • ห้ามปล่อยให้ดูเพียงลำพัง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ก่อนเวลานอน

ทำอย่างไร เมื่อลูกติดสมาร์ตโฟน

  • หากิจกรรมอื่นให้ทำ
  • กำหนดเวลาในการใช้ให้ชัดเจน
  • ตั้งกฎหนึ่งวันปราศจากสมาร์ตโฟน
  • งดการเล่นสมาร์ตโฟนในเวลาอาหาร
  • ไม่เก็บสมาร์ตโฟนไว้ในห้องนอน
  • พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก

อ้างอิง

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Emotions รู้ทันอารมณ์ต่างๆ ของลูก
ช่วงวัยของเด็ก
Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562