fbpx

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้กลายเป็นเด็กหัวโจก

Writer : Lalimay
: 19 มีนาคม 2564

จากสถานการณ์เรื่องของการทำร้ายร่างกายในโรงเรียนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวลและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมไม่อยากให้ลูกตัวเองถูกทำร้าย และคงไม่อยากให้ลูกไปทำร้ายใครเช่นเดียวกัน แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าลูกของเราอาจกลายเป็นฝ่ายที่ทำร้ายคนอื่นอยู่รึเปล่า ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาเล่าถึงในมุมที่ว่า พ่อแม่ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้ลูกกลายเป็นเด็กหัวโจก หรือไปทำร้ายร่างกายคนอื่นค่ะ

ใส่ใจลูกให้มาก

การเลี้ยงดูคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมา โดยส่วนใหญ่เด็กที่เป็นหัวโจกนั้น เมื่อมองลึกเข้าไป จะพบว่าการที่เขาทำร้ายคนอื่นเป็นเพราะคิดว่าการทำแบบนั้นจะทำให้ได้รับการยอมรับจากเพื่อน มีความโดดเด่นกว่าคนอื่น เดินไปทางไหนก็มีคนให้ความสนใจ ซึ่งนั่นอาจเกิดจากการที่เขารู้สึก “ขาด” จึงอยากได้รับการเติมเต็มจากเพื่อน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรให้เวลาคุณภาพ ใส่ใจเขาให้มาก ให้ลูกรู้สึกว่าบนโลกนี้มีคนสองคนที่มอบความรัก ความปรานาดีให้แก่เขาจนเต็ม จนเขาไม่ต้องไปแสดงออกด้วยความก้าวร้าวแบบนั้น

อย่าตามใจลูกมากเกินไป

การตามใจตลอดเวลาไม่ใช่วิธีในการแสดงความรัก หรือความปรารถนาดีที่มีต่อลูกขนาดนั้น เพราะนั่นอาจทำให้ลูกเรียนรู้ว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไร พ่อแม่ก็ตามใจอยู่แล้ว ไม่เคยขัดใจแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็ตาม เช่น ลูกอยากได้ของเล่นชิ้นใหม่ ทั้งๆ ที่เพิ่งซื้อไปให้เมื่อวานก่อน ก็ยอมซื้อให้ พอเป็นแบบนี้หลายๆ เรื่องเข้า ลูกก็จดจำว่าไม่ว่าสิ่งใดที่เขาต้องการ พ่อแม่ก็จะไปหามาให้ และจะติดนิสัยเอาตัวเองเป็นใหญ่ ใครก็ขัดใจไม่ได้ เพราะขนาดพ่อแม่ยังไม่เคยขัดใจเขาได้เลย

ไม่ควรเข้าข้างลูกในทุกเรื่อง

“ลูกฉันเป็นคนดี” เวลาที่เราอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือคนที่กระทำความผิด เรามักจะได้ยินคำให้สัมภาษณ์จากพ่อแม่ของผู้ทำผิดแบบนี้บ่อยๆ ใช่ไหมคะ เพราะบางทีเรามักจะเห็นลูกแค่ด้านเดียวแต่ไม่เคยรู้ว่าเมื่ออยู่นอกบ้านลูกมีพฤติกรรมที่ไม่ดีขนาดไหนหรือถึงแม้จะรู้ก็เลือกที่จะปิดหูปิดตา มองแต่ด้านดีของลูกจนมองข้ามสิ่งที่ลูกทำผิดอย่างร้ายแรงไป โดยไม่ได้มองอย่างรอบด้านว่าสิ่งที่เขาทำผิดนั้นส่งผลกระทบต่อคนในสังคมขนาดไหน เพียงเพราะคนๆ นี้เป็นลูกของเรา

แต่หน้าที่ของพ่อแม่คือการอบรมสั่งสอนลูกให้รู้ผิดชอบชั่วดี ดังนั้นหากเรารู้ว่าลูกทำผิด หรือสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ควรเข้าข้าง อะไรที่เขาทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ยิ่งเราสามารถแก้พฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกได้ตั้งแต่ยังเล็ก ก็ยิ่งส่งผลดีต่อเขาในอนาคต

เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของลูก

เมื่อลูกเริ่มเข้าโรงเรียน ก็ย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องพฤติกรรมและความคิดจากคนในสังคมนั้นๆ และยิ่งลูกเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ลูกอยากเป็นตัวของตัวเอง เริ่มสนใจเรื่องต่างๆ ที่อาจจะแตกต่างจากตอนเด็กๆ อาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่ค่อยฟังพ่อแม่ นั่นถือเป็นบททดสอบสำคัญที่พ่อแม่จะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเข้าใจลูกให้ได้มากที่สุด หากตอนเด็กๆ ปูพื้นฐานเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวมาดีพอ ตรงจุดนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่ากังวลเท่าไหร่ค่ะ

เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

“ลูกคือเงาสะท้อนของพ่อแม่” พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกก็จะเป็นอย่างนั้น นี่เป็นคำกล่าวที่ไม่ปิดเท่าไหร่นัก เพราะพฤติกรรมของเด็กเกิดขึ้นจากการเลียนแบบ การที่เขาเห็นพฤติกรรมอะไรซ้ำๆ ก็ย่อมคิดว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ถูก เช่น พ่อแม่ชอบพูดคำหยาบใส่กัน ลูกก็จะติดนิสัยพูดคำหยาบ หรือมีนิสัยพอทะเลาะกันก็ชอบทำร้ายร่างกาย ลูกก็จะจดจำว่าการทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องปกติ ทีนี้ไม่ว่าพ่อแม่จะพูดหรือสอนยังไงก็ไม่มีผลเสียแล้ว เพราะสิ่งที่พ่อแม่ทำเป้นสิ่งที่สวนทางกับคำพูดที่พร่ำสอนเหลือเกิน

สภาพแวดล้อมทางสังคมมีผลอย่างมาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กไม่ใช่น้อยเลย เพราะถึงแม้ว่าเราจะเลี้ยงดูลูกมาอย่างดี แต่ถ้ามีปัญหาทางสังคมเกิดขึ้นรุนแรง หรือลูกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อยๆ หล่อหลอมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขา ก็มีโอกาสที่ลูกจะมีพฤติกรรมเลียนแบบเพื่อนหรือคนในสังคมนั้นๆ ได้

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



อย่ารักลูกแค่ตอนอารมณ์ดี
กิจกรรมของครอบครัว
ถ้าลูกเราเปลี่ยนไป
ไลฟ์สไตล์
Update
ข่าว ข่าว
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล คุณแม่คนหนึ่งเปิดเผยว่าลูกของตนถูกคุณหมอตบหน้า จนเกิดเป็นรอยแดงช้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม คุณแม่ได้พาลูกน้อยวัย 3 ขวบไปพ่นยาที่อนามัย ระหว่างรอพ่นยา คุณแม่พาลูกนั่งตัก ปล่อยให้เล่นของเล่นตามประสา ขณะนั้นเอง ลูกเผลอทำของเล่นหล่นโดนปาก และหลุดสบถคำหยาบออกมา (คุณแม่ระบุว่าลูกพูดเสียงเบามาก พึมพำกับตัวเองคนเดียว) ซึ่งทันทีที่ลูกพูดจบก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หมอที่ทำการพ่นยาตบหน้าลูกอย่างแรง เมื่อถามถึงเหตุผลก็ได้คำตอบว่า "ลูกหมอ หมอก็ทำแบบนี้" ก่อนยื่นที่พ่นยาให้แม่แล้วเดินจากไป หลังจากพ่นยาเรียบร้อย ผู้เป็นยายทราบเรื่องราวจึงถามซ้ำ คุณหมอเล่าขยายว่า "เด็กด่าเขา" ในขณะที่เด็กอธิบายว่าด่าของเล่น คุณยายเตรียมจะเดินกลับไปถามคุณหมออีกครั้ง แต่เนื่องจากมีคนไข้ท่านอื่นมารักษา ทำให้ไม่ทันได้พูดคุยกันให้จบเรื่องจบราว ภายหลังที่กลับไปอนามัยอีกครั้ง คุณยายพูดกับคุณหมอว่า "ไม่น่าตบเด็กมันเลย หน้าหลานขึ้นรอยนิ้ว 2-3 รอยเลย" และได้รับคำตอบว่า "แล้วจะทำไม งั้นก็ไม่ต้องมาให้หมอรักษา มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย" คุณแม่จึงมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเอง และทวงถามถึงจรรยาบรรณของคุณหมอ ล่าสุด คุณหมอคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนตบหน้าเด็กจริง โดยวันนั้นครอบครัวพาเด็กมาพ่นยา ระหว่างซักประวัติและเตรียมยาพ่น เด็กพูดชื่อคุณหมอและเอ่ยคำหยาบคายออกมา คุณหมอจึงตบไปที่แก้มข้างซ้าย 1 ครั้ง และบอกให้แม่เด็กช่วยสอนลูกด้วย แต่คุณแม่ไม่พอใจและไปบอกกับคุณยาย คุณหมอยังกล่าวอีกว่า เรื่องตบเด็กนั้นคล้ายการตักเตือน ตนโดนเด็กด่าจะตีไม่ได้เลยเหรอ ตีครั้งเดียว ไม่ได้ใช้ไม้ ครั้งเดียวด้วยปลายนิ้วมือ มันจึงขึ้นรอยแดงเป็นแนว ไม่ใช่จู่ๆ จะตีเด็ก ส่วนเรื่องที่ไล่กลับบ้าน เพราะตนเพิ่งหายจากโควิด ลูกและภรรยาก็ติดโควิดพักอยู่ชั้นบน ที่บอกให้กลับไปเถอะ หมายถึงบริเวณนี้อันตราย ด้านนายแพทย์ วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ชี้แจงว่าได้ทำการลงพื้นที่พูดคุยกับผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่เกิดเหตุแล้ว ตนให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทำการตักเตือนคุณหมอดังกล่าว และประสานงานกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้าไปขอโทษครอบครัว ทั้งนี้…
15 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save