fbpx

6 วิธี ฝึกลูกให้นั่งCar Seat

: 29 พฤศจิกายน 2560

จับลูกนั่งคาร์ซีท หนึ่งในเรื่องดราม่าที่ทำให้แม่และเด็กต่างพากันเสียน้ำตา และยังเป็นอีกหนึ่งการวัดความเข้มแข็งของจิตใจซึ่งกันและกันอีกด้วย แน่นอนว่า การนั่งคาร์ซีทมีความสำคัญมากในเรื่องของความปลอดภัย เพราะคาร์ซีทจะช่วยปกป้องร่างกายของเด็กให้ไม่ได้รับอันตรายเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด วันนี้มีวิธีฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทมาฝากกันค่ะ

5 ข้อดีของ Car Seat

  • เพื่อความปลอดภัยของลูกในการเดินทาง
  • ลดระดับความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุและลดการบาดเจ็บของลูก
  • ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก
  • นั่งสบายและเหมาะสำหรับเด็ก
  • เดินทางสะดวกขึ้นไม่ต้องคอยอุ้มระหว่างเดินทาง

 

6 วิธี ฝึกลูกให้นั่ง Car Seat

1. ฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่ยังเด็ก ยิ่งเขาเล็กเท่าไหร่ การฝึกก็จะยิ่งง่ายขึ้น

2. ให้เขามีคาร์ซีทเฉพาะของเขาเอง เราอาจเลือกสีที่ลูกชอบหรือให้เขามีส่วนร่วมในการตกแต่งคาร์ซีทของเขา

3. ก่อนจะออกเดินทางทุกครั้งให้บอกลูกว่าเราจะต้องนั่งคาร์ซีทและคาดสายเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

4. หากลูกร้องไห้จะออกจากคาร์ซีทให้ได้ให้เบี่ยงเบนความสนใจ เปิดเพลง เล่านิทานสนุกๆให้เขาฟัง

5. หาของเล่นคู่ใจของเขาติดรถไว้เสมอ หรือเตรียมกิจกรรมที่จะทำกันในรถไปด้วย

6. พ่อแม่จะต้องใจแข็งไม่อุ้มลูกออกมาจากคาร์ซีทซะก่อนถ้าลูกยังร้องไห้ เพื่อให้การฝึกนั่งคาร์ซีทประสบความสำเร็จ

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
24 กรกฏาคม 2561
20 เหตุผลที่เราควรพาลูก(และแม่)เที่ยว
กิจกรรมของครอบครัว
15 สิ่งดีๆ ที่พ่อทำเพื่อแม่ได้
ชีวิตครอบครัว
Emotions รู้ทันอารมณ์ต่างๆ ของลูก
ช่วงวัยของเด็ก
10 วิธี ฝึกลูกให้เข้มแข็ง
ไลฟ์สไตล์
สิ่งที่จะทำให้ฉันมีความสุข
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563