fbpx

NEWS: ปักกิ่งออกกฎ คุมการใช้มือถือในโรงเรียน ส่งเสริมให้ออกกำลังกายมากขึ้น

Writer : Lalimay
: 11 พฤศจิกายน 2562

เมื่อโทรศัพท์มือถือเริ่มมีอิทธิพลกับเด็กมากขึ้น การมีกฎหรือข้อบังคับในการใช้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ดังนั้นปักกิ่งจึงได้มีการออกกฎควบคุมการใช้มือถือในโรงเรียนของเด็กแล้ว

โดยหน่วยงานรัฐบาลเทศบาลนครปักกิ่ง 10 แห่ง เช่น คณะกรรมการการศึกษา คณะกรรมการสุขภาพ และสำนักงานการกีฬา ได้ร่วมกันออกกฎเรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสายตาสั้นในเด็ก

กฎได้ระบุว่าห้ามนักเรียนนำโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อื่นๆ เข้าห้องเรียน และครูสามารถใช้หน้าจอในการสอนนักเรียนได้ไม่เกิน 30% ของระยะเวลาเรียนในแต่ละคาบ

อีกทั้งยังห้ามไม่ให้เด็กใช้เวลาอยู่หน้าจอเกินวันละ 1 ชั่วโมง และห้ามไม่ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี เล่นวิดีโอเกม

นอกจากนี้ยังระบุให้โรงเรียนลดปริมาณงานหรือการบ้านของเด็กชั้นป. 1 และป. 2 และให้เด็กนักเรียนทุกชั้นจนกว่าจะถึงมหาวิทยาลัยได้ทำกิจกรรมเสริมสร้างร่างกายและมีเวลานอนพักผ่อน

สำหรับความร่วมมือของพ่อแม่คือควรแนะแนวทางการใช้อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อย่างมีเหตุผลกับลูก และพาเด็กไปเข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง

อ้างอิงจาก

https://www.sanook.com/news/7947138/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 สิ่งที่ต้องคำนึง ในการเลือกโรงเรียนให้ลูก
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
27 ธันวาคม 2560
ทำไมลูกชอบร้องไห้ก่อนไปโรงเรียน
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563