NEWS: "เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์" นวัตกรรมใหม่เพิ่มความสบายใจให้แม่ตั้งครรภ์

Writer : Lalimay
: 10 สิงหาคม 2561

คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะมีความกังวลเกี่ยวกับลูกในท้องเสมอ ไม่ว่าลูกจะดิ้นหรือไม่ดิ้น นอกจากนี้ยังไม่เข้าใจถึงสัญญาณต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นจึงได้คิดนวัตกรรม “เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์” ที่จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอันตรายต่อของแม่และทารกในครรภ์ จากการพบแพทย์ช้าเกินไป

ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ.กล่าวว่า “เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์” (Smart Real-time Online Sensor for Fetal Monitoring and Uterine Contraction) เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่พบมากในแม่มือใหม่คือ การไม่เข้าใจถึงสัญญาณต่างๆ ของร่างกาย นี่จึงเป็นสื่อกลางที่สะดวกรวดเร็วระหว่างแม่ตั้งครรภ์กับสูตินรีแพทย์

โดยเมื่อแม่ใช้เครื่องมือนี้ก็จะมีการส่งข้อมูลเข้าสู่แอปพลิเคชัน และส่งไปยังคุณหมอเพื่อให้เห็นถึงความเป็นไปของทารกได้อย่างเรียลไทม์ ซึ่งจะตรวจดูข้อมูลที่จำเป็นได้แก่ การหดตัวของมดลูก ความดันโลหิตของมารดาและอัตราการเต้นหัวใจของทารกในครรภ์

เมื่อใช้เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์แล้วพบสัญญาณการแจ้งเตือนถึงภาวะต่างๆ ที่เป็นอันตราย และต้องพบแพทย์ในทันที เช่น ภาวะการคลอดก่อนกำหนด หรือครรภ์เป็นพิษ แพทย์จะสามารถแจ้งเตือนและเรียกมารดาเข้ามาพบแพทย์ได้ในทันที เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอันตรายของมารดาและทารกในครรภ์จากการพบแพทย์ช้าเกินไป

นอกจากนี้ข้อมูลจากเครื่องตรวจครรภ์ยังสามารถเก็บเป็นข้อมูลทางสถิติประจำตัวมารดา เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาในครั้งถัดไปได้อีกด้วย

“เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์” เป็นผลงานการวิจัยร่วมกับ ดร.พัชราภรณ์ วงศ์ชาดากุล คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนายศุภเกียรติ สุภสินธุ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล มธ. และได้รับรางวัลเหรียญทองแดง จากเวทีการประกวดนวัตกรรมนานาชาติครั้งที่ 46 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในตอนนี้ได้มีการยื่นสิทธิบัตร “เครื่องตรวจครรภ์เรียลไทม์” เป็นที่เรียบร้อย และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อเพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการใช้ คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2562 ถ้าคุณพ่อคุณแม่ทานไหนสนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. โทร. 0-2564-3001 ถึง 9 ต่อ 3041, 3151

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561