fbpx

ต่างประเทศ

เลือกหมวดหมู่


ข่าว ข่าว

ในช่วงที่โรค COVID-19 กำลังระบาด ที่ประเทศอังกฤษ ได้มีการตรวจพบว่าเด็กเล็กที่ป่วยเป็นโรคอวัยวะอักเสบรุนแรงหลายระบบ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยเด็กบางรายก็ป่วยเป็นโรค COVID-19 ด้วย สมาคมกุมารเวชบำบัดวิกฤติ (Paediatric Intensive Care Society: PICS) ของสหราชอาณาจักร ได้มีการเตือนเรื่องการเพิ่มจำนวนขึ้นของเด็กป่วยอาการวิกฤติ ที่มีลักษณะอาการคล้ายกับ ‘กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก’ ทับซ้อนกับ ‘โรคคาวาซากิแบบผิดปกติ’ โดยเด็กบางรายติดเชื้อ COVID-19 ด้วย ซึ่งสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ได้ระบุว่า มีเด็กเล็กกว่า 20 รายในอังกฤษเข้าโรงพยาบาลเพราะกลุ่มอาการดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะหลายระบบ คล้ายกับ ‘กลุ่มอาการท็อกซิกช็อก’ ขณะที่ในภาคเหนือของอิตาลีที่มีไวรัส COVID-19 ระบาดอย่างหนัก ก็ได้มีรายงานพบเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีจำนวนมาก ป่วยหนักด้วยอาการคล้ายกับ ‘โรคคาวาซากิ’ เช่นกัน นายแมตต์ แฮนค็อค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่าอาการป่วยด้วยโรคอวัยวะอักเสบรุนแรงหลายระบบนี้ อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับจากไวรัสโคโรนา และไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ให้แน่ชัด อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/foreign/1832774

ข่าว ข่าว
เป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ สำหรับการปล่อยให้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นพี่เลี้ยงของลูก ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับภัยร้ายของสมาร์ทโฟนให้เห็น แต่ข่าวแบบนี้ก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ คราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์กับเด็กน้อยวัย 6 ขวบที่เกิดอาการควบคุมใบหน้าไม่ได้ อาจมีสาเหตุจากการเล่นเกมในมือถือนาน 9 ชั่วโมง จอห์น นาธาน (John Nathan) เด็กชายชาวฟิลิปปินส์วัย 6 ขวบ เกิดความผิดปกติทางใบหน้าโดยมีอาการกระพริบตาตลอดเวลา คล้ายตากระตุก และ ปากสั่น อย่างควบคุมไม่ได้ทุกๆ 20 หรือ 30 นาที โดยแม่ของจอห์นเล่าว่า ลูกชายมักจะเล่นเกมในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตหลังกลับจากโรงเรียนจนถึงเที่ยงคืน รวมเวลาแล้วกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นพ่อและแม่ของจอห์นจึงพาเขาไปหาหมอ โดยหมอที่ให้การรักษาวินิจฉัยว่าอาการดังกล่าว น่าจะเป็นภาวะ Focal Seizures ที่เกิดขึ้นกับสมองเพียงบางส่วน ที่ส่งผลให้เกิดอาการชัก ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น และตอนนี้ยังไม่สามารถวินิจฉัยโรคดังกล่าวได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากหลักฐานสนับสนุนยังไม่เพียงพอ ถึงแม้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเหล่านี้จะมีประโยชน์แต่ก็ควรควบคุมการใช้งานอย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากลูกๆ จะได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ การสูญเสียสมาธิในระยะยาว เสี่ยงเป็นโรคสมาธิสั้นแล้ว พวกเขาอาจเจอโฆษณาหรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 เดือน ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ส่วนเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-5 ขวบ ไม่ควรให้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือ โทรทัศน์ มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน อ้างอิงจาก news.ch3thailand.com
8 สิงหาคม 2561

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save