fbpx

รถหัดเดินจำเป็นสำหรับเด็กแค่ไหน ช่วยให้เด็กเดินเร็วจริงรึเปล่า ?

Writer : Lalimay
: 17 พฤษภาคม 2562

รถหัดเดินเป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งในช่วงนี้ก็มีข่าวที่เกี่ยวกับรถหัดเดินอย่างที่เห็นกันคือ เด็กวัย 8 เดือนเดินออกมาที่หน้าบ้านเพราะนั่งอยู่บนรถหัดเดินจนเกิดอุบัติเหตุรถ 10 ล้อทับ ทำให้เป็นที่ถกเถียงถึงอันตรายที่เกิดขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่าจริงๆ แล้ว รถหัดเดินนั้นจำเป็นสำหรับเด็กรึเปล่าค่ะ

สาเหตุที่ให้เด็กใช้รถหัดเดิน

ในสังคมไทยนั้นมีความเคยชินกับการใช้รถหัดเดินเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่จะให้เด็กใช้ในช่วง 5-6 เดือน จากการสำรวจพบว่า

  • ร้อยละ 50 คิดว่าจะช่วยให้เด็กเดินได้เร็วขึ้น
  • ร้อยละ 40 ให้เหตุผลว่าใช้เพราะผู้ดูแลไม่ว่าง จึงต้องมีที่ที่วางเด็กไว้โดยไม่ต้องดูแลเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตรงข้ามกับข้อควรปฏิบัติในการใช้ทั้งสิ้น
  • ร้อยละ 10 ให้เหตุผลอื่นๆ

ความเชื่อและความจริงเกี่ยวกับรถหัดเดิน

โดยเอ็นเอชเอส เช็ทแลนด์ (NHS Shetland) ได้มีการทำเอกสารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเข้าใจผิดในเกี่ยวกับรถหัดเดินสำหรับเด็กไว้ดังนี้

1. ความเชื่อ : ทำให้เด็กเดินเร็ว

ความจริง : รถหัดเดินทำให้เด็กเดินช้า เพราะเด็กเล็กที่อยู่ในรถหัดเดินจะให้ปลายเท้าจิกลงและไถไปข้างหน้า ซึ่งขัดกับหลักการเดินที่ถูกต้อง ที่จะต้องใช้ส้นเท้าลงก่อนเวลาเดิน อีกทั้งยังทำให้ท่าทางการเดินทรงตัวได้ไม่ดี

2. ความเชื่อ : ทำให้เด็กมีพัฒนาการ

ความจริง : เด็กที่อยู่ในรถหัดเดินอาจมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ช้า เพราะว่าเด็กจะอยู่ในท่าตั้ง ไม่ได้คลาน เนื่องจากการคลานเป็นการเคลื่อนไหวที่จำเป็นในการทำให้สมองทำงานในลักษณะสลับไปมา พอไม่ได้คลานก็จะส่งผลให้สมองไม่ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. ความเชื่อ : ทำให้มีขาที่แข็งแรง

ความจริง : ทำให้สะโพกและหัวเข้ารับน้ำหนักผิดท่า และทำให้รูปแบบการเดินของเด็กเปลี่ยนแปลง จนสร้างปัญหากับเท้าและข้อเท้าในระยะยาว

4. ความเชื่อ : มีความปลอดภัย

ความจริง : เด็กบนรถหัดเดินจะเคลื่อนที่ได้ไกลและเร็ว เมื่อคลาดสายตาจากพ่อแม่จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

อันตรายจากการใช้รถหัดเดิน

  • การพลัดตกหกล้ม ตกบันได และตกจากพื้นต่างระดับของรถหัดเดิน เสมือนการตกจากที่สูง ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกหักได้
  • เด็กมักเคลื่อนตัวอย่างเร็วไปใกล้โต๊ะที่วางของร้อน แล้วคว้าดึงภาชนะใส่ของร้อน หรือดึงผ้าปูโต๊ะที่มีของร้อนวางอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุน้ำร้อนลวกได้ง่าย
  • รถหัดเดินทำให้เด็กไหลไปจมน้ำแหล่งน้ำในบ้านหรือรอบๆ บ้าน เช่น สระว่ายน้ำ บ่อน้ำ  หรือเพียงแค่คว่ำในอ่างน้ำ ถังน้ำ กะละมัง
  • เคลื่อนออกพื้นที่ถนนทำให้ถูกรถชน สุนัขกัด
  • เด็กที่ได้รับบาดเจ็บขณะอยู่ในรถหัดเดิน มักได้รับอันตรายมากกว่าการล้มตัวเปล่า เพราะถูกรถหัดเดินกดทับ หรือมีชิ้นส่วนของรถหัดเดินขัดแขนขัดขาเด็ก

ในปัจจุบันสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคให้เรียกว่า “รถพยุงตัว” และเขียนฉลากไว้ว่า ไม่ช่วยในการหัดเดิน มีอันตรายถึงชีวิต ผู้ดูแลต้องอยู่ใกล้

ข้อมูลอ้างอิงจาก

 

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



4 ท่าให้นมลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562