fbpx

อย่าทิ้ง "ลูกคนโต" ให้อยู่เดียวดาย ในวันที่คุณกำลังมีลูกคนที่ 2

Writer : khajochi
: 8 สิงหาคม 2561
ในวันที่ผมและภรรยากำลังจะมีข่าวดี นั่นคือได้ลูกคนที่ 2 แต่สิ่งหนึ่งที่แทบทุกคนรอบตัวที่มีลูกแล้วเตือนมาก็คือ ให้ดูแลลูกคนแรกให้ดีๆ โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ เมื่อใครๆ ก็บอกว่าเวลามีลูกคนที่ 2 แล้ว …

ลูกคนแรกจะงอแง
ลูกคนแรกจะเริ่มพูดไม่ฟัง
ลูกคนแรกจะอิจฉาน้อง
 
ซึ่งเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วัน ก็ต้องบอกเลยว่าคำเตือนเหล่านั้น “จริง” ครับ
 
จริงๆ ก่อนวันที่น้องคนเล็กจะคลอด เราก็เตรียมรับมือเรื่องนี้มาอย่างดีมากๆ ทั้งศึกษาข้อมูล พูดคุยกับพ่อแม่ที่มีลูกมากกว่า 1 คน
 
เราอ่านหนังสือนิทาน ที่เน้นพี่น้องให้ลูกฟัง
เราเล่าเรื่องน้องในท้อง ให้พี่รักน้อง อยากดูแลน้อง
เรามีกิจกรรมอีกหลายอย่าง ปลูกฝังความเป็นพี่ตั้งแต่แรก
 
แต่เมื่อถึงวันที่คลอดน้องคนเล็กมาจริงๆ น้องวชิ (ลูกคนแรก) ได้เห็นหน้าน้องสาว ก็กระโดดดีใจสุดๆ สิ่งวนไปรอบห้อง พร้อมเดินเข้ามาหอม เข้ามากอดน้องสาวที่ยังเล็กมากๆ
 
แต่เมื่อเวลาเขาได้อยู่คนเดียว เราก็ได้เห็นอาการที่แปลกไป เมื่อน้องวชิเดินไปดูของฝากที่ทุกคนถือมาร่วมแสดงความยินดี
 
จากเดิมที่ทุกกล่อง เปิดออกมาแล้วเป็นของเขา ตอนนี้ไม่มีของเขาเลย
จากเดิมที่ทุกคนมาเยี่ยมเพื่อเจอเขา ตอนนี้ทุกคนเกาะห้องกระจกดูน้องอีกคน
จากเดิมที่ทุกคนมาขออุ้มเขา ตอนนี้มาอุ้มน้องอีกคน
 
เราเริ่มสังเกตเห็นว่าน้องเริ่มเรียกร้อง พูดเสียงดัง พยายามเล่าเรื่องที่ตัวเองชอบให้ทุกคนฟัง เวลาใครสนใจอย่างอื่นก็จะรีบวิ่งเข้าไปพูดให้สนใจเขา
 
คนเป็นพ่อเป็นแม่ เห็นน้องมาทุกวัน ก็สังเกตได้ทันทีว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก !!
 
 
สิ่งนึงที่ผมได้ทดลองทำแล้วได้ผลดีกว่าที่คิดมาก จนอยากแชร์ให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ลองปรับมาใช้ดู คือเราทำป้าย
 
“ให้ทักน้อง[ชื่อลูก] ก่อนนะครับ เดี๋ยวลูกคนแรกจะน้อยใจ” พิมพ์แปะไว้หน้าประตูห้องพักที่โรงพยาบาลเลย
 
วิธีนี้จริงๆ ได้มาจากพี่ตุ๊ก เจ้าของเพจ Little Monster แนะนำมา เพราะตอนพี่ตุ๊กได้ลูกสาวคนที่สอง น้องจิน ลูกคนโตก็มีอาการน้อยใจเหมือนกัน
 
รวมถึงผมและภรรยาแชทไปบอกเพื่อนๆ ที่จะเข้ามาเยี่ยม รวมถึงญาติๆ ว่าให้ความสำคัญกับน้องวชิ ลูกคนโตก่อนนะ ถ้าซื้อของมาเยี่ยมน้องคนเล็ก ก็อย่าลืมซื้ออะไรมาฝากลูกคนโตด้วย
 
ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด !!
 
เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยม เดินเข้าประตูมาถึง ก็เรียกน้องวชิก่อนใครเลย
หลายคนมีผลไม้ มีของมาฝากน้องวชิ จนเขาแอบอมยิ้มให้เห็น
 
จนผ่านไปสองสามวันที่อยู่โรงพยาบาล น้องก็มีอาการดีขึ้นจากวันแรกเลย
 
.
 
เนื่องจากลูกคนเล็กที่เพิ่งเกิด ยังฟังไม่รู้ความ ยังมองไม่เห็นสิ่งรอบตัวด้วยซ้ำ แต่ลูกคนโตที่อายุมากกว่าหลายปี ตอนนี้เข้าใจแทบทุกอย่างแล้ว
 
ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้จักความอิจฉา แต่ก็อยากได้ความสำคัญ รวมถึงคำว่า “พี่” ก็ไม่ได้สอนกันได้ภายในวันเดียว มันต้องใช้เวลา
 
เพราะฉะนั้นในช่วงแรกที่เรากำลังจะมีลูกอีกคน สิ่งสำคัญมากๆ คือดูแลพี่คนโตให้ดีขึ้นกว่าเดิม
 
เพราะแน่นอนว่าแม่ต้องไปให้นมลูกคนเล็ก
เพราะแน่นอนว่าทุกคนในบ้านก็ต้องอยากดูแลลูกคนเล็ก
 
แต่เราก็ต้องไม่ลืมเด็กอีกคน ที่เขาเคยได้รับความใส่ใจ ความรักแบบเต็มร้อยมาโดยตลอด
 
อย่าให้เขาต้องรู้สึกว่าอะไรก็เปลี่ยนไป เพราะมีน้องคนเล็กเกิดขึ้นมา
แต่ทำให้เขารู้สึกว่า เขามีความสำคัญกับครอบครัวยิ่งกว่าเดิม
 
อย่าปรับกิจกรรมที่เคยทำร่วมกันมา
อย่าแยกห้องนอน
อย่าแยกโต๊ะกินข้าว
อย่าแยกไปไหนกันเอง
 
แต่ลองมอบหน้าที่ดูแลน้องให้เขาช่วย
ลองให้เขาช่วยป้อนนมน้องคนเล็ก
ลองให้เขาได้เลือกซื้อแชร์ของเล่นให้น้องคนเล็ก
 
ที่สุดแล้วตอนนี้ เชื่อว่าพ่อแม่อย่างเราก็รักลูกทุกคนไม่ต่างกัน
แต่เราก็ต้องไม่ลืมคนที่เราเคยให้ความสำคัญอันดับ 1 ในวันที่เรากำลังจะมีอีกคนนึงเข้ามาในครอบครัวครับ
Writer Profile : khajochi

Blogger, Appleholic, Influencer


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563