fbpx

10 สถานที่เช็คอิน หลังจากที่คุณได้เปลี่ยนสถานะเป็นคุณพ่อคุณแม่

Writer : parentsone
: 30 มกราคม 2562

ไม่ลองไม่รู้จริงๆนะคะ  เมื่อตอนที่ยังไม่มีลูก ที่เช็คอินของคุณก็น่าจะสถานที่ชิคๆ เกร๋ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่เที่ยวธรรมชาติแบบที่คู่รัก หรือหนุ่มสาวไปกัน  ฟิตเนสคูลๆ  ดินเนอร์ใต้แสงเทียน  จานซูชิรูปหนอนในร้านอาหารญี่ปุ่นราคาแพง  ร้านปิ้งย่างควันโขมง ซึ่งคุณจะดูสนุกสนาน เฮฮาปาจิงโกะ ดูมีความสุขมากๆเลย

แต่เดี๋ยวก่อน ชีวิตของพวกเราก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะ  จนเมื่อพวกเราได้รับการสถาปนาเป็นคุณพ่อคุณแม่  สถานที่เช็คอิน ของคุณพ่อคุณแม่อย่างพวกเราก็เปลี่ยนไปแบบพลิกชีวิต  มาดูกันค่ะ ว่า 10 สถานที่ยอดฮิตในชีวิตพ่อแม่ มีที่ไหนกันบ้าง 

  • โรงพยาบาล    

ใครล่ะอยากจะเช็คอินที่นี่ แต่เชื่อสิ 100 ทั้งร้อย เคยเช็คอินที่นี่มาตั้งแต่คลอดลูก โมเม้นท์แห่งความยินดี ปลื้มปิติ หรือแม้กระทั่งการเข้าออกโรงพยาบาล อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญจนถึงขั้นโปรของพ่อแม่ และมันจะ advance มากขึ้น ตอนที่ลูกเข้าโรงเรียน คุณว่าจริงมั้ย

  • สวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียว

เมื่อเรามีลูก เราจะเปลี่ยนจากการเช็คอินตามฟิตเนสหรูๆ มาเป็นอะไรที่เรียบง่าย ไม่เสียเงินค่าสมาชิก แต่เป็นสนามหญ้ากว้างๆ มีหญ้าเขียวๆ ให้ลูกได้หัดเดิน หัดวิ่ง ได้สัมผัสธรรมชาติ อากาศดีดี แม้ปัจจุบันสภาพอากาศจะไม่ค่อยน่าเช็คอินมากนัก แต่ก็ยังเชื่อว่า ต้นไม้เขียวๆ จะช่วยดูดซับฝุ่นละอองไปได้บ้าง กิจกรรมก็มีให้เลือกทำหลายอย่างเช่น ปิคนิก วาดรูประบายสี  ปั่นจักรยาน ให้อาหารปลา  สวนสาธารณะยอดฮิตที่เรามักจะเห็นคุณพ่อคุณแม่ เช็คอินเสมอๆ เช่น สวนรถไฟ พุทธมณฑล  สวนหลวง .9  สวนลุมพินี  เป็นต้น

  • สนามเด็กเล่นในร่ม Indoor Palyground

ตอนไม่มีลูก เราไม่เคยปรายตาแลสถานที่แบบนี้เลย พอมีลูกแบบว่า เห้ย…ไปไหนดี ที่ไหนดี ที่ไหนเด็ด ราคาเท่าไหร่ อยู่ได้ทั้งวันไหม  เด็กเล็กคิดยังไง โอ๊ย…รู้หมดจ้า ข้อมูลเพียบ ซื้อสมาชิกรายเดือน รายปี กันไปเล้ย  แล้วเวลาพาลูกไป ลูกจะชอบมาก สนุกมาก เล่นได้ทั้งวันมาก และพ่อแม่อย่างเราก็จะเหนื่อยมากเช่นกัน  ถึงแม้จะเหนื่อยยังไง  แม่อย่างเราชอบไปนะ ปล่อยให้พ่อเขาได้ทำหน้าที่ดูแลลูกบ้าง ในสนามเด็กเล่นแห่งนี้ พ่อคือที่หนึ่งค่ะ  สนามเด็กเล่นยอดฮิตก็  Harbor land มีทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดที่พัทยา  Kizventure Park, Blue Monkey, Kidzoona  และอีกหลายๆที่เลยค่ะ

  • สวนสัตว์

อันนี้ไม่ไปไม่ได้ จะผิดและพลาดมากๆ  คนมีลูกต้องไปสวนสัตว์นะ ไปได้ตั้งแต่ลูกเล็กๆ ยันลูกโตเลยค่ะ การไปดูสัตว์เป็นสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนชอบมาก ยิ่งถ้าได้ป้อนอาหารด้วยแล้ว เขาจะมีความสุขที่สุดเลย  สวนสัตว์ในกรุงเทพฯ ก็มีสวนสัตว์ดุสิตที่ตอนนี้ปิดไปแล้ว และย้ายไปเปิดที่ใหม่ รอๆๆๆ อีกที่หนึ่งก็คือซาฟารีเวิลด์  ที่พ่อแม่ทุกคนต้องเคยพาลูกไป บางคนก็ไปบ่อยมากๆ เชื่อสิ  แถมเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ยังคงต้องค้นหา สวนสัตว์ในจังหวัดนั้นๆด้วย เช่น ที่ กาญจนบุรี ก็มีสวนสัตว์เปิด  หรือที่ชลบุรี สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่เชียงใหม่ ก็มีไนท์ซาฟารี ที่ไหนๆ ก็มักจะมีสวนสัตว์ไว้คอยต้อนรับเด็กๆ เสมอ สบายเลยทีนี้

  • สวนสนุก Outdoor

สวนสนุกแบบนี้เราอาจจะต้องรอลูกโตขึ้นมาหน่อย ถึงจะสามารถเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ได้ เพราะส่วนใหญ่เครื่องเล่นจะจำกัดอายุ ส่วนสูง ของผู้เล่น วัยที่เล่นกำลังจะสนุกน่าจะช่วงวัยประถมถึงมัธยมหรือมหาวิทยาลัย  ในเมืองไทยก็จะมี Dream World แล้วก็มีอยู่ตามห้างใหญ่ๆ บนชั้นบนสุดกลางแจ้งของห้างเลยค่ะ

  • สวนน้ำ

สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ ไม่ไปไม่ได้นะ เด็กๆ กับน้ำเป็นของคู่กัน ปัจจุบันก็มีสวนน้ำทั้งกลางแจ้งและในร่มบางส่วน ตามห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นมากมาย  แม่ๆ อย่างเราก็ต้องหากิจกรรมให้ลูกทำ จึงพากันไปเล่นน้ำยังไงละคะ แถมยังเป็นการพาเด็กๆ ไปออกกำลังกายไปในตัวด้วยค่ะ

  • ฟาร์มต่างๆ

ปัจจุบันจะเห็นว่ามีฟาร์มเยอะมากกก ฟาร์มเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมีกิจกรรมให้เด็กๆ ปลูกผัก ดำนา เก็บไข่ สไลด์เดอร์โคลน แพทเทิร์นนี้เยอะมากกก เราจะเห็นคุณพ่อคุณแม่ เช็คอินในสถานที่เหล่านี้ เห็นเด็กๆ เล่นโคลนกันสนุกสนาน ทำไข่เค็มกันทุกที่ จนเราก็เริ่มคิดว่า มิติใหม่ของฟาร์มคืออะไร รอการท่องเที่ยวแบบใหม่ๆ อยู่นะคะ

  • สถานที่เรียนกิจกรรมเสริม

เรียนศิลปะ ว่ายน้ำ ดนตรี  ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน  บัลเล่ต์  เต้น เทควันโด สถานที่เรียนกิจกรรมเสริมเหล่านี้ เราจะต้องได้เช็คอินวนๆ เวียนๆ กันไป ในช่วงอายุใดอายุหนึ่ง เพราะเด็กๆ ต้องมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน พ่อแม่อย่างเราก็ส่งเสริมไปในกิจกรรมที่ลูกอยากทำ ดนตรี กีฬา ศิลปะ ซึ่งเราจะเห็นว่ายุคนี้มีโรงเรียนสอนสิ่งเหล่านี้ให้ผู้ปกครองเลือกเยอะมาก ใกล้ตรงไหนเชิญตรงนั้นเลยค่า

  • สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

พอเรามีลูก เรามักจะพาลูกไปในสถานที่ที่มีธรรมชาติอยู่รอบตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร น้ำตก ทะเล ให้ลูกได้พบ ได้สัมผัส ได้เห็นธรรมชาติ  ที่แตกต่างกันหรือเหมือนกันของแต่ละท้องถิ่น หรือแต่ละประเทศหากมีโอกาสพาลูกไปต่างประเทศ  เรามักจะไม่เที่ยวในที่ที่มีแสงสี มีชีวิตในตอนกลางคืนมากนัก กลับสู่วิถีธรรมชาติมากที่สุด เพราะต้องการให้ลูกสงบ และมีความสุขกับธรรมชาติรอบๆ ตัวนั่นเอง

  • Home Sweet Home

สถานที่ที่พ่อแม่อย่างเรา จะอยู่มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น บ้านของเรา บ้านที่มีลูกน้อยรอคอยการกลับมาของคุณพ่อคุณแม่ ให้เลิกงานไวๆ แล้วตรงดิ่งกลับมาใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุดนะคะ เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร มันเดินไปข้างหน้าทุกวันเลยจริง ๆ

10 สถานที่เช็คอินนี้ ตรงกับคุณกี่ที่คะ คุณพ่อคุณแม่ เชื่อว่าตรงหลายที่เลยใช่ไหมล่ะ ก็บอกแล้วว่าฮิต ใครไม่ได้ไป เราจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่องน้า  แต่สุดท้ายที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่มากที่สุด คงหนีไม่พ้นบ้านของเรา เพราะฉะนั้น รีบทำงาน รีบกลับบ้าน ไปใช้เวลากับครอบครัวที่บ้านกันนะคะ    

Writer Profile : parentsone

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama