fbpx

10 คำพูด พูดแบบไหน ให้ครอบครัวรักกันแน่นขึ้น

Writer : Mneeose
: 8 พฤษภาคม 2562

หลายคำพูดที่พอเวลาเราพูดกับลูกออกไปไม่ได้มีความหมายอย่างที่พูดจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่เราโมโหลูก จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของคำพูดขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นพูดแรงเกินไป อาจทำให้เกิดการฝังใจกับลูกได้

Parents One จึงขอเสนอ 10 คำพูด พูดแบบไหน กระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้รักกันแน่นขึ้น ไม่เพียงแต่พูดกับลูก แต่ควรใช้พูดกับคนในครอบครัวทุกคนด้วยค่ะ จะมีคำไหนบ้างที่คนฟังอยากจะได้ยิน แต่เรากลับไม่กล้าพูด และคุณพูดคำนั้นบ่อยแค่ไหน ไปดูกันเลยค่ะ

1. ขอบคุณมากนะที่คอยดูแลกันมาตลอด ช่วยกันเลี้ยงลูก ไม่ทิ้งกันไปไหน

การพูดขอบคุณให้กับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นภรรยาหรือสามี แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ก็ช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกดี และมีกำลังใจที่จะประคับประครอบให้ครอบครัวมีแต่ความสุขแล้วล่ะค่ะ

 

2. วันนี้ทำงานมาเป็นไงบ้าง? เหนื่อยมากไหม? นั่งพักก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำนะ

แต่ละวันทุกคนต้องพบเจอกับอะไรหลายๆอย่าง ทั้งผู้คนที่มากมาย และยังมีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก ทำให้บางวันคุณอาจจะเกิดความเครียดสะสม เมื่อก้าวเข้าบ้านแล้วได้ยินคำว่า “เหนื่อยไหม” เป็นคำแรก ก็ทำให้ยิ้มกว้างและสดชื่นขึ้นอีกเป็นกองเลยจ้า

 

3. ทำงานมาเหนื่อยๆ กินอะไรมารึยังหล่ะ?

หลายๆครั้ง เมื่อกลับบ้านนอกจากความเครียด และการที่ต้องสู้รบกับสิ่งต่างๆ อย่างหนักหน่วงมาทั้งวันแล้ว ทั้งหิวและอ่อนล้าทั้งแรงกาย และแรงใจ หากเข้าบ้านแล้วมีคนถามว่า “กินอะไรมารึยังหล่ะ” หรือ  “หิวไหม มีกับข้าวอยู่ที่ครัวนะ” คงรู้สึกดีไม่ใช่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ

 

4. ช่วงนี้ที่ทำงานเครียดหรอ สีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลยนะ

บางครั้งเราอาจไม่ได้ทันสังเกต เพราะอาจมัวแต่โฟกัสไปที่เป้าหมายอย่างเดียว แต่คุณจะรู้ไหมนะว่า มีคนข้างๆ คอยส่งกำลังใจระหว่างการเดินทางครั้งนั้น และสังเกตคุณในทุกๆ วัน หากวันไหนสีหน้าคุณเริ่มอ่อนล้า และโรยรา เราควรถามเขาไปตรงๆ เพราะอาจะมีบางสิ่งที่เขาอยากเล่าให้แค่เฉพาะคุณฟังก็เป็นได้นะคะ

 

5. รักนะคะ / ครับ

คำว่า “รักนะ” อาจเป็นคำที่พูดออกมายากในหลายครอบครัว ถึงแม้การกระทำจะแสดงออกว่ารัก แต่การบอกให้ได้ยินชัดๆ ก็ช่วยให้คนข้างๆ ที่อยู่ด้วยกันมารู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็เป็นการย้ำว่ายังมีคนที่รักเรา ทำให้เรารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่านั่นเองค่ะ

 

6. เก่งที่สุดเลยคนเนี่ย

ประโยคนี้ใครได้ยินก็ต้องอมยิ้มกันบ้างล่ะ เพราะเราจะพูดคำนี้เมื่อเราอยากหยอกล้อ และชื่นชมในสิ่งที่เขาทำนั่นเองค่ะ หลาย ๆ ครอบครัวอาจลืมกล่าวคำชมเชย เพราะเขินหรือไม่ก็กลัวอีกฝ่ายเหลิงจนประมาท แต่ในความจริงถ้อยคำชมเชยต่าง ๆ ถือเป็นพลังบวกที่เป็นแรงผลักให้อีกคนลงมือทำต่อไป เพราะต่อให้คนอื่นมาชื่นชมเรายืดยาวเพียงใดก็อาจไม่เท่ากับคนในบ้านเอ่ยชมเพียงคำเดียว

 

7. ไม่เป็นไรนะ วันหลังค่อยเริ่มใหม่

ความผิดหวัง เกิดขึ้นกับทุกๆคน หากใครที่ยังไม่เคยได้รู้จักกับความผิดหวัง และความผิดพลาด แสดงว่าคุณยังไม่ได้เติบโต และได้เรียนรู้สิ่งที่ทั้ง 2 คอยสอนเรามาตลอดแน่นอนค่ะ ถ้าไม่รู้จักการเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่มีทางที่เราจะได้เติบโต ฉะนั้น อย่ากลัวความผิดพลาด และให้กำลังใจตัวเอง รวมทั้งคนอื่นๆ ด้วยคำว่า “ไม่เป็นไรนะ วันหลังค่อยเริ่มใหม่” ก็ยังไม่สายนะคะ

 

8. สู้ๆ นะ คุณทำได้อยู่แล้ว

ก่อนจะต้องเจอเรื่องที่ต้องให้แก้อีกมหาสาร จงให้กำลังใจตัวเอง และพูดให้กำลังคนอื่นมีพลังบวกด้วยคำนี้นั่นเอง คงจะดีไม่น้อย หากเขาได้ยินจากปากคนที่รักเขาจริงๆ นะคะ

 

9. ขอโทษนะที่เผลอพูดแรงๆ ออกไป

บางครั้งเราก็เผลอพลั้งปากพูดโดยใช้คำพูดที่แรงๆ จนทำให้คนในครอบครัวเสียใจ ดังนั้นเราจึงพูดขอโทษให้ติดเป็นนิสัย และกล้าหาญที่จะพูดคำนั้นอออกมาค่ะ

 

10. มีอะไรให้ช่วยไหม? ถ้าช่วยได้ จะช่วยให้เต็มที่เลย

หากสังเกตเห็นความผิดปกติของคนในบ้าน อาจโยนคำถามนี้เพื่อเป็นการถามไถ่เพื่อเปิดกว้างให้เกิดการแบ่งปันสิ่งที่กำลังเผชิญ แลกเปลี่ยน รับฟัง และหาทางออกร่วมกัน นอกจากนี้ยังสื่อว่ามีคนพร้อมจะอยู่ข้าง ๆ และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ

เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะพูดอะไรออกไป ควรคิดไตร่ตรองให้ดีก่อน เพราะคนที่เขาฟังเขาไม่ได้ลืมเมื่อความโกรธของเรานั้นจบลงไป ดังเช่นประโยคที่ว่า “คําพูดเป็นนาย กายเป็นบ่าว” และเราควรระมัดระวังคำพูดมากๆ เมื่อพูดกับลูก เพราะถ้าเราพูดไม่ดีกับเขา อาจจะเกิดแผลเป็นในใจของเขาได้นะคะคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562