fbpx

6 กิจกรรมทำหลังเลิกเรียน ช่วยฝึกพัฒนาการเรียนรู้ให้ลูกอย่างสมวัย

Writer : Mneeose
: 13 มิถุนายน 2562

เวลาเรียนมักผ่านไปเร็วเสมอสำหรับเด็กที่ยังอายุน้อย เมื่อพวกเขาเลิกเรียนเสร็จ เหล่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องหากิจกรรมให้ลูกทำหลังเลิกเรียน เพื่อช่วยฝึกพัฒนาการและทักษะในการเรียนรู้ ความนึกคิด รวมถึงการเข้าสังคมให้ลูกอย่างสมวัยอีกด้วย เราไปดูกันว่าเด็กอายุเท่าใดนั้น จึงจะเหมาะกับกิจกรรมหลังเลิกเรียนแบบไหนมากที่สุด ไปอ่านกันเลยค่ะ

เด็กอายุ 3-5 ขวบ : เล่นสร้างสถานการณ์จำลองในจินตนาการ

เด็กในวัยอนุบาลจะมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ที่พิเศษมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่าตัว เพราะพวกเขาสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่พวกเขาอยากจะเป็น ใส่มันทั้งหมดลงไปในจินตนาการให้ออกมาเป็นรูปภาพ หรือเป็นสถานการณ์ในความคิดต่างๆ และสามารถจินตนาการ และเล่นวนซ้ำได้แบบไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เด็กบางคนจะใช้ข้างล่างของโต๊ะทานข้าว และสร้างเป็นบ้านหลบมุมอยู่ใกล้ๆกำแพง แล้วมักจะจินตนาการว่าตัวเองมีบ้าน ทำให้สามารถตกแต่งบ้านได้ตามใจชอบ ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกกำลังสร้างสิ่งต่างๆ ในจินตนาการ ควรเข้าไปเล่นและอยู่ในสถานการณ์จำลองกับลูกด้วย ยิ่งทำให้เขากล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่พวกเขาคิดนั่นเองค่ะ

เด็กอายุ 3-5 ขวบ : กิจกรรมที่ฝึกการใช้กล้ามเนื้อ

ไม่ว่าลูกจะเล่นอะไร คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนการเล่นนั้นอย่างเต็มที่ ยิ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกให้ลูกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ยิ่งต้องคอยสนับสนุนให้เขาได้เล่น เพราะมันจะส่งผลดีต่อการรู้จักควบคุมกล้ามเนื้อให้หยิบจับเป็นไปตามใจคิดนั่นเอง เช่น ปั้นดินน้ำมัน , ต่อเลโก้ , จับบล็อกไม้ลงกล่องที่มีรูปทรงเดียวกัน , การบีบลูกบอลที่มีเสียง เป็นต้น การเล่นจะสนุกมากขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจ และมีส่วนร่วมเล่นไปกับลูกนะคะ

เด็กอายุ 3-5 ขวบ : ออกกำลังกาย

กิจกรรมหลังเลิกเรียนที่ยอดฮิต นั่นคือ การพาลูกไปออกกำลังกาย ไม่ว่าจะนอกบ้านหรือในบ้านก็ตามสะดวกได้เลยค่ะ ข้อดีของการออกกำลังกายกับลูก นอกจากจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยฝึกทักษะต่างๆ เช่น การขยับร่างกาย การทรงตัว เป็นต้น ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ยังมีเวลาได้เล่นกับลูกมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แน่นแฟ้นอีกด้วยค่ะ

เด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป : สอนลูกทำอาหาร

เมื่อลูกเริ่มโตแล้ว ควรให้ลูกได้ลองฝึกทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ เช่น ของหวาน ขนมทานเล่น พุดดิ้ง การปั้นแป้งพิซซ่า หรือแพนเค้กก็เป็นอีกเมนูที่น่าจะสนุกไปอีกแบบค่ะ หรือจะเป็นเมนูที่ไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากมากนัก ปลูกฝังให้เขาค่อยๆ เรียนรู้ และสนุกในทุกขั้นตอนที่ตัวเองได้เป็นคนลงมือทำเอง ทำให้ลูกรู้จักภูมิใจในตัวเองที่ทำอาหารสำเร็จ และให้ครอบครัวที่ตัวเองรักทานได้ หรืออาจจะทำไปให้เพื่อนที่โรงเรียนทานได้เช่นกันนะคะ

 

เด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป   : ฝึกเล่นดนตรี

การให้ลูกฝึกเล่นดนตรี ถือเป็นทักษะที่ช่วยให้เด็กเกิดการผ่อนคลาย และเกิดการเรียนรู้ ถือเป็นทักษะสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อยากให้ลูกมีติดตัว เพราะจะได้มีความสามารถพิเศษสร้างเป็นเส้นทางให้ลูกต่อยอดเล่นดนตรีในอนาคต นอกจากนี้การให้ลูกเล่นดนตรียังช่วยให้เขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองทำ และยังทำให้เด็กไม่เป็นโรคสมาธิสั้นได้อีกด้วย

เด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป : เล่นเกมทายปริศนากับลูก

คุณพ่อคุณแม่ควรชวนลูกเล่นเกมทายปริศนาที่ช่วยให้ลูกฝึกความคิด ไหวพริบในการเอาตัวรอดต่างๆ หรือเป็นการฝึกประสบการณ์ให้ลูกทันคนนั่นเอง เช่น เกมเศรษฐี ,  จับผิดภาพ ,  จับคู่สิ่งของ ,  Bingo , บันไดงู เป็นต้น หากลูกโตแล้ว หรือมีอายุประมาณ 15  ขวบขึ้นไป  คุณพ่อคุณแม่อาจชวนพวกเขาเล่นบอร์ดเกม ซึ่งมีกฎที่ซับซ้อน แต่ถ้าได้ลองเล่นแล้ว จะสนุกจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยละค่ะ

เมื่อเด็กๆ เรียนหนังสือที่โรงเรียนมาแล้ว พวกเขาก็ต้องการที่จะพักผ่อน หรือทำกิจกรรมกับครอบครัวหลังจากที่ได้เลิกเรียน คุณพ่อคุณแม่จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะมาเติมเต็มให้เขาได้ทำในทุกๆ กิจกรรมที่เขาชอบนะคะ อย่าลืมว่าอีกไม่นานลูกก็โตแล้ว คงไม่ได้มาเล่นกันแบบนี้บ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้เวลานี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้รักกันมากขึ้นนั่นเองค่ะ

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



10 โรงเรียนอนุบาลนานาชาติยอดฮิตในกรุงเทพ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562