fbpx

รวม 5 เทคนิคพิชิตท้องลาย เปลี่ยนคุณแม่ให้สวยปิ๊งยิ่งกว่าเดิม

Writer : Mneeose
: 15 มกราคม 2564

เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวย แม้ว่าจะเจอกับปัญหาโลกแตกที่คุณแม่ส่วนใหญ่เป็นกันทุกคน นั่นก็คือ ปัญหาหน้าท้องแตกลายระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด ที่เกิดจากการขยายขนาดของผิวหนังหน้าท้องอย่างรวดเร็ว จึงถือเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง ทำให้เกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วงในระยะแรก และจะมีสีอ่อนลงเรื่อยๆ จนเป็นสีขาวขุ่นในระยะหลัง ทำให้คุณแม่บางท่านเสียความมั่นใจเรื่องผิวพรรณของตัวเอง ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าสวยๆ เหมือนเมื่อก่อน

คุณแม่จึงต้องดูแล และให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับปัญหาหน้าท้องแตกลาย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะเราจะพาไปดูตัวช่วย 5 เทคนิค พิชิตท้องลาย ที่ช่วยเปลี่ยนคุณแม่ให้สวยปิ๊งยิ่งกว่าเดิม อย่ารอช้า ไปดูกันค่ะ

วิธีที่ 1 : ดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ใส่ใจเพิ่มเติมคือเรื่องผิวพรรณ

การดูแลร่างกายให้ดีระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด นอกจากจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังทำให้จิตใจของคุณแม่สดใสขึ้น หลีกเลี่ยงอาการซึมเศร้าหลังคลอดได้อีกด้วย เพียงแค่คุณแม่หันกลับมาใส่ใจเรื่องผิวพรรณเพิ่มมากขึ้น เช่น

  • ดื่มน้ำมากๆ ต่อ 1 วัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ
  • ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เพื่อทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นได้ แถมยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล อารมณ์ก็จะสมดุลไปด้วย
  • ทานวิตามินอีเสริมวันละ 1 เม็ด เพราะช่วยซ่อมแซม แถมยังสร้างคอลลาเจนให้ผิวเนียนนุ่ม ที่สำคัญ คือต้องพยายามควบคุมอาหาร ไม่ทานตามใจปากมากเกินไป 

เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็จะได้หุ่นสวย ผิวใส สวยปิ๊งเหมือนเดิมแล้วค่ะ เพียงแต่ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และความอดทนหน่อยเท่านั้นเอง

 

วิธีที่ 2 : สูตรสมุนไพร ให้ว่านหางจระเข้เป็นตัวช่วย

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดรอยแตกลายได้ นั่นก็คือ ว่านหางจระเข้ สูตรสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยสมาน และรักษารอยแตกบนผิวหนังได้ดี ซึ่งคุณแม่ต้องเอาวุ้นสีขาวของว่านหางจระเข้ที่ล้างยางออกแล้วมาทาบริเวณหน้าท้องที่แตกลายเป็นประจำทุกวัน ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ก็จะทำให้รอยแตกลายนั้นดูจางลงได้

 

วิธีที่ 3 : อาบน้ำธรรมดา เลี่ยงการอาบน้ำอุ่น

เพราะการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจัดๆ มักจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งแตกเป็นรอยมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังเป็นขุยได้ง่าย เพราะฉะนั้นวิธีที่ง่ายที่สุด คือการอาบน้ำด้วยน้ำธรรมดานั่นเอง

 

วิธีที่ 4 : สูตรสครับผิวให้เนียนนุ่ม ไร้รอยแตกลาย

สูตรสครับผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ให้เกิดเป็นผิวหนังใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ โดยใช้ส่วนผสมสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม และมีประสิทธิภาพในการซึมซับลงสู่ผิวได้ดี วันนี้เรามีสูตรสครับมาฝากกันค่ะ

ให้คุณแม่ลองผสมมะขามเปียก ขมิ้น  น้ำผึ้ง และน้ำมันมะพร้าว แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมานวดขัดผิวหน้าท้องเบาๆ แล้วทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นค่อยล้างน้ำออกได้เลย เพราะขมิ้นนั้นมีสารเคอคูมินที่ทำให้ผิวขาว ส่วนมะขามนั้นมีกรดเอเอชเอที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว น้ำมันมะพร้าวก็ช่วยในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง เพื่อไม่ให้แตกเกิดเป็นรอยนั่นเอง

 

วิธีที่ 5 : หมั่นทา Mama’s Choice ครีมแก้ผิวแตกลาย หลังอาบน้ำเป็นประจำ

วิธีสุดท้ายแต่ได้ผลไม่แพ้กัน นั่นคือ ทาครีมลดรอยแตกลาย เพื่อถนอมผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ซึ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็วๆ คุณแม่ต้องหมั่นทาเป็นประจำทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าครีมทาท้องลายยี่ห้อไหนดี และปลอดภัยกับคุณแม่จริงๆ? เราจึงขอแนะนำ

Mama’s Choice Stretch Mark Cream ครีมลดรอยแตกลายของมาม่าส์ ช้อยส์ ซึ่งช่วยป้องกัน และลดเลือนรอยแตกลายที่ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างแน่นอน แถมยังดูดซึมเร็ว เข้าบำรุงอย่างล้ำลึกต่อรอยแตกลายอีกด้วย
เพียงทาครีมทาป้องกันท้องแตกลาย Mama’s Choice บริเวณหน้าท้อง หน้าอก และสะโพกเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง แถมอุดมด้วยวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดรอยแตกลาย และบรรเทาอาการคันได้ดีอีกด้วย

ครีมทาท้องลาย Mama’s Choice คัดสรรวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ 100% เช่น ว่านหางจระเข้, สารสกัดจากถั่ว, น้ำมันโจโจบา, น้ำมันมะกอก เป็นต้น นอกจากนี้ยังปราศจากสารพาราเบน สารกันเสียที่สามารถกระตุ้นความผิดปกติของฮอร์โมน และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ท้องแน่นอน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบจากสิงคโปร์ และมียอดขายอันดับ 1 ในสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แถมยังได้มาตรฐานฮาลาล (Halal) อีกด้วย

คุณแม่ท่านไหนสนใจ กดช้อปง่ายๆ ได้เลยที่ :

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน : Mamaschoiceshop
Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama