fbpx

5 วิธี ช่วยลดอารมณ์หงุดหงิดใส่ลูก

: 4 สิงหาคม 2560


เคยไหมที่บางทีรู้สึกเหนื่อย นอนน้อย หลายอย่างที่ตั้งใจจะทำให้เสร็จแต่ไม่มีอะไรเสร็จสักอย่าง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด พอลูกทำอะไรไม่ได้ดั่งใจนิดนึงก็ไประเบิดอารมณ์ที่ลูก ซึ่งสุดท้ายก็เป็นเราเองที่รู้สึกแย่ การจะไม่หงุดหงิดใส่ลูก บางครั้งอาจทำได้ง่ายๆ แค่หาเวลาพักสักหน่อย หรือทำอะไรเพื่อตัวเองสักนิด เพื่อเราจะได้ไม่หงุดหงิดใส่ลูกกันค่ะ 😀

1. หาเวลานอน

เคยสังเกตตัวเองไหมว่าช่วงไหนที่เราอดนอนเยอะๆ เราจะหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ ฉะนั้นลองหาเวลานอน เก็บชั่วโมงนอนทีละนิดละหน่อยก็ได้ ไม่ก็ให้สามีช่วยดูรอบดึกบ้างช่วยได้นะ

2. ค่อยๆ ทำ ทีละอย่าง

การที่เราพยายามทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน โดยที่บางครั้งก็ไม่มีอะไรเสร็จเลยสักอย่าง ทำให้เกิดความหงุดหงิด ลองค่อยๆ  ทำทีละอย่าง อะไรไม่เสร็จบ้างก็ไม่เป็นไร ลองปรับเปลี่ยนตารางชีวิตตามสิ่งที่มันเป็นไป ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ เสร็จ ค่อยๆ หายใจดีกว่า

3. หาเวลาให้ตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องขนาดฝากลูกแล้วไปไหนไกลๆ ก็ได้ แค่ให้คนอื่นมาช่วยดูลูกสักแป็บ ส่วนแม่ก็อาจจะออกไปซื้อของ ไปทำผม หรือไปทำอะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกว่านี่คือการให้เวลากับตัวเอง เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มพลังใจให้คนเป็นแม่ได้

4. ปล่อยวาง

อยากให้เริ่มจากลองคิดว่าอะไรคือปัญหาหลักใหญ่ๆ ที่เราไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้มาสัก 5 ข้อ และอะไรที่นอกเหนือจากนั้น ลองวางลงและปล่อยผ่านมันไปบ้าง ข้อนี้รู้ว่าทำยากมาก แต่เชื่อว่าแม่อย่างเราทำได้ และเมื่อไหร่ที่ทำได้ มันจะรู้สึกเหมือนเอาภูเขาออกจากอกเชียวนะ

5. ระบายความรู้สึกให้คนอื่นฟังบ้าง

เป็นแม่ไม่ง่ายหรอก มันมีเรื่องร้อยแปดพันเก้าเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่ทำให้เราเครียดและเก็บกดไว้ในใจ ลองโทรหาเพื่อนแล้วเล่าถึงปัญหาให้เพื่อนฟังบ้าง บางทีการพูดและระบายจะช่วยแบ่งเบาความหงุดหงิดที่อาจไประเบิดลงที่ลูกก็ได้นะ

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



สิ่งที่จะทำให้ฉันมีความสุข
ชีวิตครอบครัว
15 สิ่งดีๆ ที่พ่อทำเพื่อแม่ได้
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอีกมากมาย  ซึ่งมีประโยชน์ต่อเด็กวัยเรียน ดร.สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นการทำงานของประสาทและสมองอีกด้วย โดยในเด็กวัยเรียนควรกินไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 60 นาทีหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้แพทย์หญิงพรรณพิมล  วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวอีกว่า เด็กแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน และควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ พยายามให้ลูกกินผักหลากสี อาจนำผักผสมเข้าไปในเมนูไข่ แนะนำเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นจะดีต่อสุขภาพมากกว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินไข่ดิบ และขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอด และเนยที่ทาขนมปัง อ้างอิงจาก กรมอนามัย
16 ตุลาคม 2562