fbpx

NEWS: นักวิจัยเผย ชีวิตสมรสที่ตึงเครียด ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

Writer : Lalimay
: 4 กันยายน 2561

แน่นอนว่าชีวิตคู่อาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนอย่างในนิยาย และความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากชีวิตคู่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด แต่อย่างไรก็ดีความขัดแย้งไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีซะทีเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการความขัดแย้งมากกว่า

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเนวาด้า และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน ของสหรัฐอเมริกาได้พพบคำตอบว่า ความสัมพันธ์ที่มีความขัดแย้ง เช่น ในเรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องเงินทอง เรื่องญาติพี่น้อง รวมทั้งเรื่องการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ นั้น สร้างความเครียดต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในฝ่ายชาย

ซึ่งความเครียดนั้นส่งผลต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสร้างภาวะอักเสบของร่างกาย เปลี่ยนแปลงสภาพความอยากอาหาร เพิ่มระดับฮอร์โมนความเครียด และมีผลต่อการทำงานของหัวใจ รวมทั้งระบบภูมิต้านทานของร่างกายด้วย

นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่า สถานภาพการสมรสนั้นไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขเสมอไป แต่คุณภาพของความสัมพันธ์ การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และความเข้าใจระหว่างคู่สมรสต่างหาก คือตัวแปรสำคัญที่ส่งผลในทางบวกหรือทางลบต่อสุขภาพได้ 

โดยการสมรสที่ดีนั้นไม่ได้หมายถึงการไม่มีความขัดแย้งหรือเห็นต่างกัน แต่ขึ้นอยู่กับวิธีในการจัดการความขัดแย้งนั้นมากกว่า สิ่งที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของคู่สมรสคือ ท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ หรือพยายามแก้ตัว หรือกลับไปรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ โดยไม่มีข้อยุติของปัญหา

นักวิจัยให้คำแนะนำเรื่องการจัดการความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสว่า อย่าพยายามนับคะแนนว่าใครแพ้ชนะกี่ครั้ง เพราะความสัมพันธ์ที่ดีนั้นเป็นเรื่องของ win-win

หัวใจสำคัญของการมีชีวิตสมรสที่ดีคือ คือความสนับสนุนที่ต่างฝ่ายมีให้กัน ทั้งในเรื่องการเงินการทำงาน ความคิด ร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งการสื่อสารแบบเปิดกว้าง การไม่มุ่งเอาชนะ และไม่กลับไปรื้อฟื้นซ้ำๆ ย้ำเรื่องเดิมๆ

อ้างอิงจาก

voathai.com/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เงินอุดหนุนเด็ก 600 บาทในปัจจุบันมีการจ่ายให้แก่เด็กเฉพาะครอบครัวที่มีฐานรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเกิดความตกหล่นมากมาย ดังนั้นจึงมีมติให้เงินอุดหนุนเด็ก 0-6 ปีทุกคนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นไป นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้มีข้อกังวลถึงครอบครัวที่มีเด็กเล็กเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงทำให้ที่ประชุมเห็นชอบหลักการการให้เงินอุดหนุน 600 บาทต่อเดือน เด็กอายุ 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า  เพราะจากเดิมที่จ่ายเฉพาะครอบครัวยากจน ทำให้มีการตกหล่นของเด็กจากครอบครัวยากจนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการ ที่มีสูงถึง 30% ด้วยเหตุเพราะกระบวนการคัดเลือกมีความยุ่งยาก การตัดสินใจว่าใครจน ไม่จน โดยเจ้าหน้าที่ ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ดังนั้นการจ่ายเงินอุดหนุนแรกเกิดแบบถ้วนหน้า จะสามารถดูแลเด็กวัย 0-6 ปี จำนวน 4.1 ล้านคน ในปี 2565 เพิ่มจาก 1.99 ล้านคน ทำให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างครบถ้วน อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/1881185
3 กรกฏาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort