fbpx

NEWS: สูบบุหรี่ในบ้านถือว่าผิดกฎหมายฐานก่อความรุนแรงในครอบครัว

Writer : Lalimay
: 27 มิถุนายน 2562

พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 มีข้อกฎหมายที่ว่า หากสูบบุหรี่ภายในบ้านแล้วมีคนในบ้านเกิดปัญหาสุขภาพที่ยืนยันได้ว่าเกิดจากการรับควันบุหรี่มือสองและมือสาม จะมีความผิดในฐานของการก่อความรุนแรงในครอบครัว เพราะทำให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพของคนในครอบครัว ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ส.ค.2562

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเน้นการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ส่งเสริมครอบครัว และคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลต่างๆ โดยในส่วนของความรุนแรงในครอบครัว กำหนดไว้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำใดๆ ที่บุคคลในครอบครัวได้กระทำต่อกันโดยเจตนาให้เกิดหรือในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ สุขภาพ เสรีภาพ หรือชื่อเสียงของบุคคลในครอบครัว

ดังนั้นการสูบบุหรี่ในบ้านที่ก่อให้เกิดควันบุหรี่มือสองและมือสามจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนในครอบครัว หากมีคนในบ้านป่วยแล้วได้รับการยืนยันว่ามีสาเหตุมาจากควันบุหรี่ ผู้สูบอาจจะต้องขึ้นศาลเพื่อพิจารณาความผิด 2 ศาล คือ ศาลอาญาและศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งศาลอาจมีคำสั่งให้คุ้มครองคนในครอบครัวและสั่งบังคับให้ผู้ที่สูบบุหรี่และทำให้เกิดปัญหาในบ้านเข้ารับการบำบัดและเลิกบุหรี่ เพื่อไม่ให้ทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความรุนแรงอีก

อ้างอิงจาก

voicetv.co.th/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เงินอุดหนุนเด็ก 600 บาทในปัจจุบันมีการจ่ายให้แก่เด็กเฉพาะครอบครัวที่มีฐานรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเกิดความตกหล่นมากมาย ดังนั้นจึงมีมติให้เงินอุดหนุนเด็ก 0-6 ปีทุกคนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นไป นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้มีข้อกังวลถึงครอบครัวที่มีเด็กเล็กเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงทำให้ที่ประชุมเห็นชอบหลักการการให้เงินอุดหนุน 600 บาทต่อเดือน เด็กอายุ 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า  เพราะจากเดิมที่จ่ายเฉพาะครอบครัวยากจน ทำให้มีการตกหล่นของเด็กจากครอบครัวยากจนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการ ที่มีสูงถึง 30% ด้วยเหตุเพราะกระบวนการคัดเลือกมีความยุ่งยาก การตัดสินใจว่าใครจน ไม่จน โดยเจ้าหน้าที่ ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ดังนั้นการจ่ายเงินอุดหนุนแรกเกิดแบบถ้วนหน้า จะสามารถดูแลเด็กวัย 0-6 ปี จำนวน 4.1 ล้านคน ในปี 2565 เพิ่มจาก 1.99 ล้านคน ทำให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างครบถ้วน อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/1881185
3 กรกฏาคม 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort