fbpx

เด็กอายุ 2-5 ขวบ

เลือกหมวดหมู่


คุณพ่อคุณแม่เคยเจอไหมคะ พอลูกไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็มักจะร้องไห้ แล้วลงไปนอนดิ้นกับพื้น กระทืบเท้า แสดงอาการโมโหอย่างชัดเจน อาการแบบนี้เรียกว่า อาการร้องอาละวาด (Temper Tantrum) ค่ะ ซึ่งเป็นอาการตามพัฒนาการในการแสดงอารมณ์ของเด็ก แต่ในบางครั้งก็เป็นปัญหาเช่นกัน แต่ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องมีวิธีรับมือที่เหมาะสม เราไปเข้าใจอาการนี้ของลูกให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ   อาการร้องอาละวาดเป็นยังไง ลูกจะเริ่มจากความโกรธ ไม่พอใจ จากนั้นจึงตามมาด้วยการร้องไห้รุนแรง แล้วลงไปนอนดิ้นกับพื้น ฟาดแขนขาไปมา ในบางครั้งอาจมีการทำร้ายตนเองหรือคนอื่น สำหรับเด็กบางคนก็จะร้องหนักมากจนเกิดการร้องกลั้น (breath holding spell) แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการร้องอาละวาดใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที แต่ก็จะมีการร้องอาละวาดที่ก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งมีอาการที่พ่อแม่ต้องรู้ คือ ร้อง 3 ครั้ง/วันขึ้นไป นานเกิน 15 นาที มีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปัญหาการนอน ปัญหาการเรียน ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน ทำลายข้าวของ ทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น หงุดหงิด หรือไม่พอใจตลอดเวลา ช่วงอายุของเด็ก อาการร้องอาละวาดนี้ เริ่มพบได้ตั้งแต่เด็กอายุ 12 ถึง 18 เดือน แต่จะพบได้บ่อยในช่วงอายุ 2 ถึง 3 ปี และจะค่อยๆ ลดลงจนหายไปเมื่ออายุ 4 ปี ทำไมลูกถึงอาละวาด พัฒนาการตามวัย : การร้องอาละวาดมักเกิดในช่วงอายุ 2-3 ปี ถือเป็นพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ของเด็ก ลูกยังแสดงอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดีนัก จึงใช้การร้องอาละวาดมาเป้นเครื่องมือ และในเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางพัฒนาการก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก อาการไม่สบาย : เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจก็อาจมาการร้องอาละวาดได้ เนื่องจากการใช้ยารักษาโรคเหล่านี้มักทำให้เด็กรู้สึกง่วง จึงร้องงอแงออกมาบ่อยๆ พื้นอารมณ์เลี้ยงยาก : เด็กแต่ละคนมีพื้นอารมณ์ที่ต่างกัน…

ข่าว ข่าว
คุณพ่อคุณแม่คนไหนมีปัญหาเจ้าตัวเล็กพูดไม่ชัดไหมคะ ตามปกติแล้วพัฒนาการในเด็ก อายุ 2-4 ขวบ จะยังพูดไม่ชัดทุกเสียง ถ้า 4 ขวบขึ้นไปแล้วพูดไม่ชัดในเสียงที่ควรจะพูดได้ เช่น เสียงพยัญชนะ ม, น, ห, อ, ค, ย เป็นต้น พ่อแม่ควรจะพาเด็กมาพบนักแก้ไขการพูด นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เด็กเป็นวัยที่มีการเรียนรู้และมีพัฒนาการในการพูด การออกเสียง เป็นไปตามช่วงอายุ แต่อาจพบได้ว่าเด็กบางคนเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมกลับพูดไม่ชัด ซึ่งเป็นความผิดปกติของ การเปล่งเสียงพูดทั้งเสียงสระ พยัญชนะ และเสียงวรรณยุกต์ โดยสาเหตุเกิดจาก  1.ความบกพร่องของอวัยวะในช่องปากและใบหน้า เช่น เอ็นยึดใต้ลิ้นสั้น ปากแหว่ง เพดานโหว่ 2.ความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่ใช้ในการพูด 3.ความบกพร่องของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว จะมีปัญหากล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูด เช่น ลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน ฯลฯ อ่อนแรง  4.ภาวะสมองพิการ พบได้ในเด็กสมองพิการซึ่งมีปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกาย จึงส่งผลต่อกลไกการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ใช้ในการพูด  5.ความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีปัญหาการได้ยินเสียงจะทำให้พูดออกเสียง ไม่ชัดด้วย  6.การเรียนรู้การพูดที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เด็กเลียนแบบคนใกล้ชิดที่พูด ไม่ชัดจนติดเป็นนิสัย  7.ภาวะความบกพร่องอื่นๆ เช่น เด็กที่มีภาวะปัญญาอ่อน เด็กกลุ่มออทิสติก เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เป็นต้น  เมื่อพบว่าลูกมีอายุถึงช่วงวัยที่ควรจะพูดชัด แต่กลับพูดไม่ชัดก็ควรพาไปพบนักแก้ไขการพูด นอกจากนี้พ่อแม่ก็ควรเป็นแบบอย่างการพูดที่ถูกต้องและชัดเจนให้แก่เด็ก ไม่ล้อเลียน หรือพูดตามอย่างเด็ก เตือนเด็กเมื่อพูดไม่ชัด ถ้าแก้ไขได้ให้พูดใหม่ช้าๆ แต่ไม่ต้องเตือนทุกครั้งหรือบังคับมากเกินไปจนทำให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตนเองและไม่อยากที่จะพูดอีกเพราะกลัวพูดผิด พ่อแม่ควรพาเด็กมาฝึก ตามนัดและกระตุ้นให้เด็กฝึกพูดตามแบบฝึกหัดที่นักแก้ไขการพูดแนะนำอย่างสม่ำเสมอ . อ้างอิงจาก http://www.dms.moph.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=20616
10 มีนาคม 2563