fbpx

ชวนลูก มาพับกระดาษ กับ "เจ้าค้างคาว" ในวันฮาโลวีน

Writer : Jicko
: 29 ตุลาคม 2562

วันฮาโลวีนกลับมาอีกแล้ว เด็กๆ หลายคนคงจะตื่นเต้นกับเทศกาลวันฮาโลวีนนี้กันแน่ๆ เลย แต่ที่ตื่นเต้นไม่แพ้เด็กๆ ก็คงจะเป็นคุณพ่อคุณแม่นะคะ จากการที่เราได้เห็นเด็กๆ ในโซเชียลออกมาแต่งตัวต้อนรับเทศกาลนี้กันอย่างคึกคัก

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาอวดเสื้อผ้าวันฮาโลวีนนะคะ แต่เรามีกิจกรรมที่ทำกันได้ทั้งครอบครัวมาฝากกัน นั้นก็คือ การพับกระดาษให้เข้ากับเทศกาลผีๆ อย่างฮาโลวีนนั้นเอง จะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหากิจกรรมวันฮาโลวีนอยู่ เราขอนำเสนอการพับกระดาษเจ้าค้างคาวเลยค่ะ ที่นอกจากจะเข้ากับเทศกาลฮาโลวีนแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ทำกันได้ทั้งครอบครัวด้วย ทำหลายๆ ตัว ติดประดับตกแต่งบ้าน หรือต้นไม้ ก็เข้ากับเทศกาลดีนะคะ

ขั้นตอนการพับจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1.ขั้นตอนแรกเลย เราก็ต้องเตรียมกระดาษสีดำที่มีขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส

2.จากนั้นพับครึ่งกระดาษให้เป็นสามเหลี่ยม

3.เมื่อได้สามเหลี่ยมแล้ว ก็พับส่วนที่เป็นฐานสี่เหลี่ยมลงมา ตามเส้นปะตามภาพเลยนะคะ

4.มาถึงการทำส่วนของปีกค้างคาวกันบ้าง เราก็พับตามรอบปะให้เป็นปีกค้างคาวทั้งสองข้างค่ะ

5.เมื่อได้ปีกค้างคาวเรียบร้อยแล้ว เราก็มาเร่ิมทำส่วนหัวกันบ้าง เตรียมกรรไกรตัดส่วนที่อยู่ระหว่างปีกทั้งสองข้าง ให้ค้างคาวมีหูที่น่ากลัว

6.ใกล้จะได้เจ้าค้างคาวแล้วนะคะ เหลือเพียงแค่เติมหน้าเติมตาให้มัน ตามใจชอบเลย จะเป็นค้างคาวแบบน่ารัก หรือจะน่ากลัวก็ได้ตามใจชอบเลยค่ะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เป็นยังไงบ้างค่ะกับกิจกรรมพับกระดาษเจ้าค้างคาวนี้ ยังไงคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่สอนเด็กๆ พับเจ้าค้างคาวแล้ว ก็อย่างลืมมาอวดผลงานกันได้นะคะ มาดูกันว่า ค้างคาวของบ้านไหนกันนะ ที่น่ากลัว สุขสันต์วันฮาโลวีนนะคะ

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562