fbpx

NEWS: อย่าทำเด็ดขาด! บีบหัวนมเด็กเพื่อแก้หัวนมบอด เป็นความเชื่อผิดๆ ทำให้เต้านมอักเสบได้

Writer : Lalimay
: 24 ตุลาคม 2562

วามเชื่อเกี่ยวกับการดูแลเด็กเป็นคำบอกเล่าที่สืบต่อๆ กันมา แต่ในบางครั้ง บางความเชื่อก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายหรือสุขภาพของเด็กได้ อย่างความเชื่อที่ให้บีบหัวนมเด็กทารกแรกเกิดเพื่อไม่ให้หัวนมบอดนั้น เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีมีกระแสในโลกออนไลน์ได้โพสต์เรื่องย่าบีบหัวนมหลานสาวซึ่งเป็นเด็กแรกเกิด โดยเชื่อว่าจะทำให้หัวนมไม่บอดนั้น เป็นความเชื่อที่ผิด และในบางกรณีที่เด็กทารกแรกเกิดมีเต้านมใหญ่น้ำนมไหลออกมาเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดจากอิทธิพลฮอร์โมนเพศ (ฮอร์โมนโพรแลกตินและโกรธฮอร์โมน) ที่ได้รับมาจากแม่ผ่านทางสายสะดือ และสามารถหายได้เองภายใน 2 สัปดาห์

ดังนั้นขอเตือนไม่ให้ปู่ ย่า ตา ยายบีบหรือนวดที่เต้านมเพื่อให้น้ำนมออกมาและหัวนมไม่บอด เพราะอาจทำให้เต้านมยุบช้าลงกว่าที่ควรจะเป็นหรือเนื้อเยื่อเต้านมบาดเจ็บ เกิดการอักเสบติดเชื้อหรือกลายเป็นฝีที่เต้านมได้ เนื่องจากผิวเด็กมีความบอบบางและแพ้ง่าย

อ้างอิงจาก

https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/news221062/

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562