fbpx

NEWS: แม่ท้องต้องรู้ อย่าดื่มเบียร์ขณะตั้งครรภ์ เสี่ยงกระทบพัฒนาการถึงขั้นแท้งลูก

Writer : Lalimay
: 5 สิงหาคม 2562

จากกรณีที่มีคุณแม่โพสต์ถามว่าจิบเบียร์ขณะตั้งครรภ์ 29 สัปดาห์ได้หรือไม่ เพราะคิดว่าจะเป็นการช่วยล้างไขเด็กแรกเกิดได้นั้น เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรทำ เพราะการดื่มเบียร์ขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกและรุนแรงถึงขั้นแท้งได้

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เมื่อแม่ดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งที่ดื่มนั้นจะส่งผ่านทางรกและสายสะดือ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสมอง หัวใจ ไต และอวัยวะต่างๆ ของทารกในครรภ์

โดยเฉพาะหากดื่มในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่อันตรายร้ายแรงที่สุด เพราะเป็นช่วงการสร้างเซลล์ประสาทและสมองของทารก รวมถึงการสร้างอวัยวะต่างๆ ได้แก่ หัวใจ ตา แขน ขา อวัยวะเพศ

ซึ่งแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์จะส่งผลต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์  เพราะแอลกอฮอล์สามารถผ่านจากรกไปสู่เด็กในครรภ์ได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการแท้ง หรือทารกที่คลอดออกมาจะพบความผิดปกติมากมาย เช่น ปัญญาอ่อน กะโหลกศีรษะเล็ก ร่างกายเล็ก มีความผิดปกติของหัวใจ พัฒนาการช้ากว่าปกติ และเมื่อเด็กโตขึ้นมักมีปัญหาทางพฤติกรรม เช่น สมาธิสั้น ความบกพร่องทางสติปัญญาอีกด้วย

ดังนั้นความเชื่อที่ว่าดื่มเบียร์จะช่วยล้างไขที่หุ้มตัวลูกได้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะร่างกายของทารกจะผลิตไขสีขาวหรือเหลืองอ่อนๆ มาหุ้มตัวนั้น เพื่อให้ไขได้ทำหน้าที่ในการปกป้องทารกระหว่างคลอด ช่วยในเรื่องของการให้ความอบอุ่น ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายช่วงเวลาที่อยู่ในน้ำคร่ำก่อนที่จะคลอดออกมา

และเมื่อคลอดออกมาแล้ว ไขนี้ก็ยังเป็นเกราะบางๆ ให้กับทารก ช่วยป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ โดยไขเหล่านั้นจะค่อยๆ หลุดออกไป หลังคลอดได้ 3 วันหรือเมื่อร่างกายเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันเองได้

อ้างอิงจาก

กรมอนามัย

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562