NEWS: บอลโลก 2018 จิตแพทย์ห่วงเด็กไทย ติดพนันบอลออนไลน์ ตั้งแต่อายุยังน้อย

Writer : Lalimay
: 13 มิถุนายน 2561

เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงบอลโลก นอกจากการเชียร์บอลที่สนุกสนานแล้ว ยังมีภัยอันตรายที่แฝงตัวอยู่และอาจส่งผลเสียกับลูกและคนในครอบครัว คือเรื่องของการพนัน โดยในปัจจุบันพบว่าเด็กเข้าถึงการพนันเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นจากบนโลกอินเทอร์เน็ต

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การพนันออนไลน์เป็นภัยอันตรายที่มาแรงในโลกยุคดิจิตอล เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเล่นพนันโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ผลสำรวจในปี 2558 พบว่าเด็กและเยาวชน ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลการพนันถึงร้อยละ 53 และเด็กวัยนี้มีความเสี่ยงสูงจะติดการพนันได้ง่ายและเลิกยาก เนื่องจากสมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ในการคิด ใช้เหตุผลตัดสินใจ ยังเจริญไม่เต็มที่เท่าผู้ใหญ่ จึงขาดความยับยั้งชั่งใจ

เด็กและเยาวชนที่ติดการพนันตั้งแต่อายุยังน้อย จะส่งผลให้สมองมีพัฒนาที่ไม่เหมาะสม มีโอกาสติดพนันตลอดชีวิต โดยผู้อยากเลิกพนันสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไม่ได้รักษา จะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเกิดปัญหาสังคมหลายอย่าง เช่น ปล้นชิงทรัพย์ ล่อลวงเงิน ขายบริการทางเพศ ค้ายาเสพติด ติดเหล้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะซึมเศ้ราและพยายามฆ่าตัวตายได้

ทางด้านแพทย์หญิงรัชนี ฉลองเกื้อกูล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่า ผู้ที่เสพติดการพนันจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป 3 ลักษณะ คือ

1. เมื่อพยายามหยุดเล่นพนันจะมีอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิด หรือวิตกกังวล

2. ปิดบังครอบครัวหรือเพื่อนไม่ให้รู้ว่าเสียพนัน

3. ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน

หากพบว่าคนในครอบครัวมีพฤติกรรม 1 ใน 3 แสดงว่าเสี่ยงต่อการติดการพนันให้รีบโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างจริงจังก่อนที่อาการจะรุนแรงเกิดโรคทางจิตเวช ที่เรียกว่า โรคพนัน (Pathological Gambling) มีอาการคือหยุดเล่นพนันไม่ได้ แม้จะมีความทุกข์ขนาดไหนก็ตาม เพราะสมอง เสพติดอย่างรุนแรงทั้งนี้สาเหตุที่คนติดการพนัน มักจะเริ่มมาจากความคิดหลอกตัวเองว่า เล่นครั้งเดียวไม่เป็นไร ไม่เสียหรอก เมื่อเล่นได้แล้ว จะฮึกเหิมอยากได้เพิ่มอีก หากเสียก็จะแก้มือเอาคืน

โดยคนในครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาติดการพนัน คือต้องเข้าใจ ให้อภัย หลีกเลี่ยงการบ่น และไม่จับผิด รวมไปถึงให้รับฟังความรู้สึกเรื่องราวต่างๆ โดยไม่มีอคติ เพื่อผลักดันให้ผู้ที่มีปัญหาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีและคอยให้กำลังใจ

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
18 มิถุนายน 2561
Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561