fbpx

NEWS: ลงโทษด้วยการตีมีผลเสียมากกว่าที่คิด แนะสอนด้วยความรักให้ลูกสัมผัสถึงความปรารถนาดี

Writer : Lalimay
: 23 พฤศจิกายน 2561

เมื่อลูกทำผิดคุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งนั่นอาจส่งผลเสียต่อลูกทั้งในหลายๆ แง่ โดยแนวทางการสอนลูกที่ดีเมื่อลูกทำผิดคือการทำโทษด้วยการแยกเด็กที่ทำผิดให้ออกไปอยู่ต่างหากตามลำพัง และทำให้ลูกรับรู้ถึงความปรารถนาดีและทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูก

สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันซึ่งเป็นตัวแทนแพทย์ราว 67,000 คน ได้เผยแพร่วิธีการสร้างวินัยสำหรับเด็กที่ปรับปรุงจากผลวิจัยตลอด 20 ปี คือ แนะนำให้พ่อแม่เลิกใช้วิธีลงโทษด้วยการตีเพื่อสั่งสอน รวมทั้งควรเลิกใช้วิธีลงโทษอื่นๆ ซึ่งแม้จะไม่มีการสัมผัสกับร่างกายโดยตรงแต่ก็สร้างความหวาดกลัวหรือสร้างความอับอายได้เช่นกัน

จากการวิเคราะห์ผลการศึกษาหลายชิ้นพบว่า วิธีลงโทษเด็กด้วยการตีไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่เด็กเลย ซึ่งการสั่งสอนด้วยวิธีลงโทษทางร่างกายนั้นเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพฤติกรรมที่รุนแรง รวมไปถึงอาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมแบบต่อต้านขัดขืนในอนาคตได้

โดยเว็บไซต์ HealthyChildren.org ของสมาคมกุมารแพทย์อเมริกันให้คำแนะนำเรื่องการสอนวินัยให้กับทั้งเด็กเล็กและเด็กโตว่า ควรรวมถึงการให้รางวัลพฤติกรรมที่ดี การทำโทษด้วยการแยกเด็กที่ทำผิดให้ออกไปอยู่ต่างหากตามลำพัง รวมถึงการทำให้เด็กเห็นความสัมพันธ์อย่างชัดเจนระหว่างพฤติกรรมกับผลที่จะเกิดตามมา

สำหรับวิธีการสอนหรือสร้างวินัยที่ได้ผลดีที่สุดขึ้นอยู่กับอายุและภาวะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคน เพราะวิธีสร้างวินัยอย่างได้ผลคือความสามารถในการหยั่งรู้อารมณ์และเข้าใจว่าจะสอนเด็กในแต่ละช่วงอายุและพัฒนาการอย่างไรให้สามารถควบคุมตนเองได้

ที่สำคัญคือต้องทำให้ลูกรู้ว่าเรามีความปรารถนาดีและทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูก เพราะหากว่าเด็กไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวพ่อแม่แล้วเขาก็จะไม่ต้องการทำในสิ่งที่เราพร่ำสอนอย่างแน่นอน

อ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562