fbpx

9 เทคนิคฝึกลูกกินข้าวเอง เสริมสร้าง EF ได้ง่ายๆ

Writer : Lalimay
: 25 มีนาคม 2562

การฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเองและรับผิดชอบพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งเราสามารถให้ลูกฝึกกินข้าวเองได้ตั้งแต่ 1 ขวบแรกเลยค่ะ ในช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกยากลำบากเหลือเกิน เพราะลูกร้องไห้ ไม่ยอมกินข้าว แต่เราต้องแข็งใจไว้นะคะ เพราะถ้าฝึกให้ลูกกินข้าวเองได้ พัฒนาการด้านต่างๆ ของเขาจะตามมาอีกมากมายเลย วันนี้เราจึงมีเทคนิคในการฝึกให้ลูกกินข้าวเองมาฝากค่ะ

ข้อมูลอ้างอิงจาก

เลิกป้อนข้าวลูก

ถ้าอยากให้ลูกกินข้าวเองได้ต้องเลิกป้อนข้าวลูกเป็นอย่างแรกค่ะ ลูกอายุ 1 ขวบเป็นต้นไปก็ควรที่จะกินข้าวได้ด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการฝึกให้ลูกมี EF (Executive Function) และเป็นการทำให้ลูกรับผิดชอบชีวิตส่วนตัวของตัวเองได้

กินเป็นเวลา กำหนดเวลา ไม่กินก็เก็บ

เราควรฝึกให้ลูกกินเป็นเวลา ข้าวเช้า เที่ยง เย็นกินอย่างเป็นเวลาที่แน่ชัดตายตัว เพื่อที่ลูกจะได้รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลากิน เขาต้องกิน อีกทั้งควรที่จะกำหนดเวลาในมื้อนั้นๆ ไม่ควรเกิน  30 นาที เมื่อเกินเวลาถ้าลูกไม่กินก็เก็บ ไม่ต้องโมโหนะคะ และรอให้ถึงมื้อหน้า อย่าให้ขนมระหว่างมื้อเพราะลูกจะจดจำว่าไม่ต้องกินมื้อหลักก็ได้ ยังไงก็มีขนมให้กิน

ปล่อยให้เลอะเทอะ

ลองปล่อยให้ลูกนั่งบนเก้าอี้ วางข้าว ช้อน ส้อมไว้ให้เขา แล้วให้เขาลองหยิบจับทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องกลัวว่าลูกจะทำหก จะกินไม่เข้าปาก จะเทอาหารลงบนพื้น เพราะในช่วงแรกแน่นอนว่าเขายังไม่ชิน ยังไม่สามารถบังคับทิศทางต่างๆ ได้ดี การปล่อยให้ลูกเรียนรู้ผ่านความเลอะเทอะอาจจะช่วยให้เขาทำได้ดีขึ้นในครั้งหน้า โดยที่เราก็คอยบอกและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

ต้องนั่งกินที่โต๊ะเท่านั้น

ให้ลูกนั่งกินอย่างเป็นที่เป็นทาง จะทำให้เขาจดจ่อกับการกินที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่วิ่งไปวิ่งมาเพื่อที่จะมากินข้าว หรือไปเล่นของเล่น รวมไปถึงระหว่างกินข้าวไม่ควรให้ลูกดูโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือ เพราะจะทำให้ลูกสนใจแต่จอ ไม่ยอมกินข้าว

ใช้ถ้วยที่มีสันสันสดใส ให้ลูกเลือกจาน ชาม ช้อนด้วยตัวเอง

เด็กๆ ชอบอะไรที่มีสีสันสดใส การเลือกจาน ชาม ช้อน แก้วน้ำที่มีลวดลายน่ารัก สีสันโดดเด่นจะช่วยจูงใจให้ลูกสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น หรืออาจจะให้เขาเลือกชามใบเก่งด้วยตัวเอง รวมไปถึงควรเลือกอุปกรณ์ที่มีขนาดเหมาะสมค่ะ

กินแบบเดียวกับทุกคน

ให้ลูกกินข้าวเหมือนกับคนในครอบครัว ไม่ต้องทำอาหารสำหรับเขาเป็นพิเศษ ให้วางเมนูอาหารสำหรับคนในครอบครัวเป็นหลัก ถึงแม้ว่าเด็กในวัย 1-5 ขวบจะมีภาวะเลือกกิน (Picky eater) ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติตามพัฒนาการของลูก แต่เราไม่จำเป็นต้องไปส่งเสริมให้เป็นนิสัย

กินอาหารพร้อมกัน

เวลากินให้กินข้าวพร้อมกัน ไม่ต้องนั่งรอหรือจ้องเวลาลูกกิน เพราะลูกต้องการแบบอย่างในการเคี้ยว ในการกลืน ในการตักอาหาร เพราะพวกเขาคือนักเลียนแบบ การนั่งทานข้าวพร้อมกับลูกจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ดีขึ้น

พ่อแม่ต้องใจเย็น สบายๆ ไม่กดดันลูก

เวลากินข้าวคือช่วงเวลาแห่งความสุข อย่าให้ลูกกินข้าวเคล้าน้ำตา บังคับขู่เข็ญว่าให้กิน เพราะจะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านและไม่อยากกินอาหารด้วยตัวเอง ควรฝึกลูกแบบสบายๆ ไม่ต้องไปกดดัน ทำทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม

ชมเมื่อลูกทำได้

ไม่ว่าลูกจะกินหก เลอะเทอะ ตักข้าวลงพื้นมากกว่าเข้าปากก็ชมลูกเถอะค่ะ ทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่กำลังพยายามนั้นมีความหมาย และเมื่อลูกทำได้จริงๆ ก็ขอให้ชมแบบเล่นใหญเข้าไว้ ในไม่นานลูกก็จะกินข้าวได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 วิธีเลิกแพมเพิสฉบับ Little Monster
ช่วงวัยของเด็ก
Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562