fbpx

ทำความรู้จัก Omega 3 6 9 ให้มากขึ้น กรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อเด็กๆ

Writer : Lalimay
: 4 มิถุนายน 2562

“โอเมก้า” มักจะเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่าเป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเจ้าตัวเล็ก โดยอาจจะได้ยินกันว่ามักจะเจอโอเมก้าในปลาทะเลน้ำลึก แต่จริงๆ แล้ว ปลาน้ำจืดของไทยก็มีโอเมก้าอยู่เหมือนกัน และโอเมก้าไม่ได้มีแค่ชนิดเดียวแต่มีถึง 3 ชนิดด้วยกัน วันนี้เราจึงจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับโอเมก้าให้มากขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ค่ะ

โอเมก้า 3

คือกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย (Essential fatter acid) แต่ร่างกายกลับไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ เราจึงจำเป็นต้องได้รับจากการกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3

โดยกรดไขมันโอเมก้า 3 มี 3 ชนิด คือ

  • ALA (Alpha-Linolenic Acid) เป็นกรดไขมันตั้งต้นที่ช่วยให้เกิด EPA และ DHA ร่างกายผลิตเองไม่ได้จึงต้องกินอาหารอื่นๆ นั่นเอง
  • EPA (Eicosapentaenoic Acid) ช่วยลดการอักเสบและลดความเครียดได้ด้วย
  • DHA (Docosahexaenoic Acid) มีความสำคัญในการพัฒนาและทำหน้าที่ของระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง

โอเมก้า 3 อยู่ในไหน

  • ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาจาระเม็ดขาว ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก
  • ถั่วและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท หรือเมล็ดฟักทอง
  • น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันคาโนล่า

ประโยชน์ของโอเมก้า 3

  • มีประโยชน์ต่อคนท้อง : DHA มีความสำคัญในการพัฒนาและการทำหน้าที่ของระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง ของทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และ 6 เดือนแรกหลังคลอด
  • ประโยชน์สำหรับเด็ก : ช่วยพัฒนาการทำงานของสมองและจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจำระยะสั้นและ ทักษะในการอ่าน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ

โอเมก้า 6

คือกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ แต่มีความสำคัญกับร่างกายและจำเป็นต่อร่างกาย (Essential fatter acid) โดยสามารถรับได้จากอาหารที่กินเช่นกัน ปกติเราจะได้รับกรดไขมันโอเมก้า 6 อย่างพอเพียงอยู่แล้ว และในบางครั้งก็อาจจะมากไปด้วยซ้ำ เพราะเป็นกรดไขมันที่มักจะอยู่ในน้ำมันที่เราใช้ปรุงอาหาร ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 6 จะช่วยถ่วงสมดุลกับกรดไขมันโอเมก้า 3

โอเมก้า 6 อยู่ในไหน

  • น้ำมันพืช ถั่วเหลือง ทานตะวัน อิฟนิ่งพริมโรส คาโนลา รำข้าว, จมูกข้าว น้ำมันรำข้าว และถั่วชนิดต่างๆ

ประโยชน์ของโอเมก้า 6

  • มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย การทำงานของสมองและหัวใจ ช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนให้อยู่ในระดับปกติ
  • ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยลดและชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์

การกินกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ในอัตราส่วนที่สมดุลกันนั้นมีผลสำคัญต่อระบบหัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต โดยทั่วไปร่างกายต้องการกรดไขมันโอเมก้า 6 มากกว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 ประมาณ 3 : 1 จนถึง 5 : 1 เท่า แต่ถ้าหากร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 6 มากเกินไปก็จะการอักเสบในร่างกาย เพิ่มการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ จึงควรกินให้สมดุลกัน

โอเมก้า 9

คือกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นกรดไขมันที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้จากการดึงกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 มาใช้ จึงไม่ได้ถูกจัดกลุ่มให้อยูในกรดไขมันจำเป็น (Essential fatter acid) แต่ก็ถือว่าเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ใช่น้อยเลย

โอเมก้า 9 อยู่ในไหน

  • น้ำมันมะกอก คาโนลา น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน งา ถั่วพิสตาชิโอ อัลมอนด์ และอะโวคาโด

ประโยชน์ของโอเมก้า 9

  • ช่วยในการทำงานของโอเมก้า 3 และ 6 ในการสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์สมองโดยเฉพาะในเด็กทารก
  • ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานปกติและมีประสิทธิภาพ
  • หัวใจ สมอง ตับ ไต และอวัยวะอื่นๆ ทำงานได้ดีขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในตอนนี้กำลังมีเชื้อไวรัสระบาด โดยระบาดมาจากทางเมืองอู่ฮั่น ประเทศเทศจีน ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 554 ราย และเสียชีวิต 17 ราย ส่วนที่ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยรายแรกอยู่ที่จังหวัดนครปฐม  โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งเป็นเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัส แพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่พบได้ทั้งในคนและในสัตว์ และติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  โดยในประเทศไทยได้มีมาตรการป้องกัน ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Beware Card) ให้สังเกตอาการและยื่นให้กับโรงพยาบาลทราบเวลาไปตรวจรักษา ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายได้รับโรคจะถูกแยกกักจนกว่าจะตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคได้ ส่วนถ้ายืนยันว่าติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่จริงก็จะมีการติดตามญาติที่เดินทางมาด้วยกันมาตรวจหาเชื้อด้วย ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่ได้ประกาศให้โรคปอดอักเสบแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เนื่องจากยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีการอุบัติและระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะข้อมูลที่ทุกฝ่ายมีอยู่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตัวไวรัสมีการแพร่เชื้อได้อย่างไร และลักษณะอาการทางคลินิก ความรุนแรงของโรค ขอบเขตการกระจายของไวรัสเป็นอย่างไร รวมถึงแหล่งกำเนิดของไวรัสคืออะไร สำหรับเกณฑ์การเฝ้าระวัง คือ มีอาการไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส  ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหรือหายใจลำบากอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่สำคัญคือเพิ่งเดินทางมาจากเขตพื้นที่โรคระบาด คือ เมืองฮู่ฮั่นภายใน 14 วัน ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน ในระหว่างนี้หากมีการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ พยายามอย่านำมือมาสัมผัสตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863229 https://www.springnews.co.th/global/605467 https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/863088 https://workpointnews.com/2020/01/22/viral-pneumonia/…
23 มกราคม 2563