fbpx

4 ข้อที่พ่อแม่ควรทำ ก่อนลูกจะกลายเป็นเด็กแก่แดด

Writer : OttChan
: 27 ธันวาคม 2562

” ทำไมทำท่าทางแบบนี้ ”

” ไปเลียนแบบใครมาเนี่ย! ไม่น่ารักเลย ”

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีและสื่อมากมายมีให้เลือกเสพไม่หวั่นไม่ไหว โดยเฉพาะกับเด็กๆ ในบ้านเองก็เติบโตมาพร้อมกับโลกออนไลน์ สื่อทุกอย่างจึงสามารถซึบซัมและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วจนผู้ใหญ่แบบเราๆ ตามกันไม่ทัน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านจึงต้องเริ่มหาทางรับมือเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กวัยกำลังเรียนรู้ เลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจนทำให้ติดกลายเป็นนิสัย

เด็กแก่แดดนั้นเกิดจากอะไรบ้าง

หากให้เราพูดถึงพฤติกรรมการเลียนแบบเราคงทราบกันดีว่า การเลียนแบบเป็นหนึ่งในพัฒนาการของเด็กซึ่งสามารถเลียนแบบได้ตั้งแต่อายุ 1-2 ขวบจนตลอดการเติบโตเป็นวัยรุ่น แต่หลายๆ คนเองคงสงสัยว่า ทำไมเด็กบางคนนั้นถึงได้มีการเลียนแบบท่าทางที่ดูโตเหมือนผู้ใหญ่หรือบางทีแสดงออกเกินไปจนเกินงาม เช่น เลียนแบบท่าทางการพูดเหมือนตัวละครบนหน้าจอ, มีการแสดงกริยาที่ดูเป็นหนุ่มเป็นสาวกว่าวัยรึแม้แต่จำคำหรือการกระทำไม่ดีมาปฏิบัติเองจนต้องดุไปหลายยกว่าไม่ควร อย่างการด่าทอ, ทุบตี, ก้าวร้าว ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้มาแบ่งออกได้ดังนี้

  • เลียนแบบจากละคร, ภาพยนตร์ที่ชอบ
  • เลียนแบบจากพ่อแม่, ผู้ใหญ่ในบ้าน
  • เลียนแบบจากสภาพสังคมที่ตนอยู่ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน, สนามเด็กเล่น, ครู, เพื่อน

เราจึงจำต้องมาหาทางแก้ไขร่วมได้ด้วยกัน! ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกได้ในการกระทำต่อไปนี้

เป็นตัวอย่างที่ดี

จะอย่างไรข้อแรกนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องการเป็นแบบอย่างของลูกเพราะผู้ปกครองคือบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดสำหรับเขา การเลียนแบบนั้นจึงเกิดขึ้นได้ง่ายและเป็นไปได้ว่าเพราะเราใช้เวลาร่วมกันอยู่ตลอดเวลาจึงมักจะทำให้เราไม่ทันได้ระวังตัว ดังนั้นต้องเริ่มปรับจากพฤติกรรมของเราก่อน เช่น

  • พยายามไม่พูดคำหยาบหรือด่าทอผู้อื่นต่อหน้าลูก
  • ไม่ทะเลาะหรือทำร้ายร่างกายกันต่อหน้าลูก
  • ปฏิบัติตนให้อยู่ในกฏเกณฑ์ที่ตั้งภายในบ้านเพื่อให้ลูกจดจำเป็นแบบอย่าง

 

หมั่นสังเกตรายการทีวี, คลิปที่ลูกชอบ

เราอาจจะไม่ได้เฉลียวใจว่าหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กดูโตกว่าวัยมาจากการเลียนแบบสื่อที่เสพ ลูกอาจใช้เวลาอยู่กับสื่อเพียงลำพังจนซึมซับมาใช้อย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การพูด, คำติดปากรึแม้แต่พฤติกรรมเลียนแบบ หากรับสื่อไม่ดีเข้ามามากๆ ก็อาจทำให้มีการทำตามจนกลายเป็นนิสัยจริงไปได้

ดั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยสังเกตสิ่งที่เด็กๆ เปิดดูอยู่เสมอ, คัดกรองรายการดีๆ ลดรายการหยาบคายหรือโตกว่าวัย, แนะนำแต่รายการหรือไอดอลที่สร้างสรรค์และเต็มไปด้วยความสนุกสนานสมวัย

 

ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมที่ดูเกินวัย

บางครั้งเห็นลูกเลียนแบบนางร้ายในละคร ก็รู้สึกว่าน่ารัก ” เล่นถึงพริกถึงขิงเสียจริงนะ ” ” เล่นอีกลูก ตลกดี ชอบดูๆ ”

แน่นอนว่าเวลาเห็นลูกกล้าแสดงออกในสิ่งที่คาดไม่ถึงเรามักจะเผลอหลุดหัวเราะหรือรู้สึกสนุกไปกับท่าทางนั้นด้วยความเอ็นดู ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ในความจริงมันกลับกลายเป็นการสนับสนุนในสิ่งที่ลูกคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกต้องโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เขาเริ่มนำไปเล่นหรือใช้กับคนภายนอกและลามหนักสุดคือทำพฤติกรรมเหล่านี้พร่ำเพรือจนก่อให้เกิดความรำคาญในที่สุด เช่นนั้นแล้วสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่อลูกเริ่มทำพฤติกรรมเหล่านี้คือ

  • ไม่ตำหนิ, ดุด่าแต่อาศัยพูดให้เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
  • ไม่แสดงอาการชอบอกชอบใจหรือสนับสนุน, แสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่านี่เป็นกริยาที่ไม่ได้น่าให้ความสนใจ
  • พูดคุยด้วยเหตุผลกับลูกว่าสิ่งที่ทำนั้นส่งผลดีหรือไม่ดีอย่างไร เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม

กับอีกสิ่งที่พึงควรคิดให้มากเสมอคือการส่งเสริมให้ลูกรู้จักการแต่งตัว, แต่งหน้าและการแสดงออกมากจนเกินไป เพราะเด็กนั้นมีการเรียนรู้ตามวัยของเขา การพยายามให้เขารู้จักสิ่งต่างๆ เร็วเกินก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งชนวนที่ทำให้ลูกติดอยู่กับชีวิตที่ทำอะไรเกินเด็กและส่งผลถึงเรื่องความต้องการที่มากเกินความจำเป็นอีกด้วย อาทิ อยากได้เซ็ตเครื่องสำอางใหม่, ต้องการมือถือหรือเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็น, อยากมีเสื้อผ้าใหม่อยู่ตลอดเวลา

ใช้เวลากับลูกให้มาก

เป็นอีกหนึ่งข้อที่ดูเหมือนง่ายแต่ในความจริงยากพอสมควรในสังคมปัจจุบันกับบทบาทคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องรับผิดชอบการทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้าน แต่ถึงอย่างไรการได้ใช้เวลากับลูกเป็นอีกหนึ่งทางที่นอกจากจะช่วยให้เราได้ดูแลความประพฤติของลูกแล้ว ก็ยังช่วยให้เราได้เข้าใจความคิดและความรู้สึกเขามากขึ้นด้วย และเมื่อมีเวลาให้แล้วสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญก็คือ

  • ทำความเข้าใจกับสิ่งที่ลูกชอบ
  • พูดคุยกับลูกเพื่อที่จะได้รู้จักกับทุกมุมมองที่ลูกแสดงออก
  • ถามไถ่และฟังเหตุผลต่างๆ ของลูกให้มาก

 

ที่มา : women.mthai, amarinbabyandkidswomen.mthai

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
3 มกราคม 2563
Update
การเป็นคุณแม่นี่ใครบอกว่าจะเป็นได้สบายๆ เพราะนอกจากจะต้องอุ้มครรภ์ตั้ง 9 เดือนแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับภาวะ "โรคซึมเศร้าหลังคลอด" ด้วยนั่นเอง โรคซึมเศร้าหลังคลอด คือ โรคยอดฮิตที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่รวดเร็ว ทำให้อารมณ์ของคุณแม่มีการแปรปรวน โดยเฉพาะเมื่อตอนที่อยู่กับลูกน้อย ที่เราจะต้องดีใจเมื่อได้คลอดเขาออก แต่มันกลับตรงกันข้าม!! ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ทรมานใจของแม่ๆ มากเลยค่ะ หลายคนมักจะสับสนกับ Baby blue ซึ่งเป็นอาการเศร้าเล็กน้อยของแม่ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ว่าแตกต่างกันตรงที่ Baby blue คุณแม่จะหายหลังจากวันคลอดประมาณ 2-3 วัน อาจเพราะเหนื่อยล้า และยังไม่ชินกับการมีลูกน้อย แต่ว่าโรคซึมเศร้าหลังคลอดจะไม่หายเลย ถ้าหากคุณแม่ไม่ได้รับการรักษา กรณีที่ร้ายแรงที่สุด คือ ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะมาแชร์ 10 ความในใจที่คุณแม่ซึมเศร้าหลังคลอดอยากบอกให้ทุกคนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคนี้ เเละช่วยกันให้กำลังใจคุณแม่ๆ กันด้วยนะคะ (more…)
25 กันยายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort