fbpx

รู้ได้ยังไงว่าดี! 5 คุณสมบัติที่ต้องมีในยาสีฟันเด็กของลูก

Writer : Lalimay
: 10 กรกฏาคม 2563

“ฟันน้ำนมที่ดีคือรากฐานของฟันแท้ที่แข็งแรง” หลายๆ คนอาจเคยได้ยินว่า ฟันน้ำนมไม่ต้องดูแลมากเพราะเดี๋ยวก็หลุดออกไป บอกเลยว่านั่นเป็นความเชื่อที่ผิดสุดๆ เลยค่ะ เพราะถ้าเกิดฟันน้ำนมของลูกผุ เชื้อโรคสามารถทะลุไปหาฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ได้ด้วย ดังนั้นเราจึงควรเริ่มแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น และจำเป็นที่จะต้องใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติที่ดี เพื่อช่วยให้ลูกรักการแปรงฟันและมียิ้มสวยติดตัวไปจนโต

วันนี้เราจึงมีเทคนิคดีๆ ในการเลือกยาสีฟันเด็กให้ลูกใช้แล้วไร้แมงกินฟัน แถมยังทำให้ลูกรักการแปรงฟันมากขึ้นอีกด้วยค่ะ คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้ในการเลือกซื้อยาสีฟันให้ลูกได้อย่างแน่นอน!

1. เลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่าแม้จะแปรงฟันให้ลูกแล้ว แต่ทำไมลูกยังคงฟันผุอยู่ดี นั่นอาจเป็นเพราะว่ายาสีฟันที่คุณพ่อคุณแม่เลือกให้ลูกใช้ อาจแค่ช่วยทำความสะอาดช่องปาก แต่ไม่มีสารฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง และฟลูออไรด์นั้น เด็กๆ ก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่ฟันซี่แรกเลยค่ะ

โดยทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย ได้แนะนำให้ในยาสีฟันเด็กจำเป็นที่จะต้องมีฟูลออไรด์อยู่ที่ 1000 ppm ในการป้องกันฟันผุ ช่วยให้ฟันแข็งแรงอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อยาสีฟันเด็กที่มีสารฟลูออไรด์ปริมาณนี้นะคะ

 

2. มีส่วนผสมที่ดีต่อเหงือกและฟัน

ยาสีฟันเด็กที่ดี นอกจากจะต้องมีส่วนประกอบที่ทำความสะอาดและช่วยป้องกันฟันผุแล้ว อาจต้องดูส่วนผสมที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟันเพิ่มขึ้น เช่น ช่วยให้ความชุ่มชื่น ลดการระคายเคือง เพราะปากของเด็กๆ ยังบอบบาง หากใช้ยาสีฟันที่แรงเกินไปก็อาจทำให้ช่องปากระคายเคืองได้

ถ้าเป็นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติและเป็นออร์แกนิคที่ผ่านการรับรองจากมาตรฐาน ECOCERT ก็จะยิ่งดีค่ะ โดยส่วนผสมธรรมชาติที่ส่วนใหญ่ใช้กัน เช่น ว่านหางจระเข้ ก็จะช่วยลดระคายเคือง อ่อนโยนต่อฟันและเหงือกของเด็กแรกเกิด

3. มีกลิ่นหอมโดนใจเด็ก

กลิ่นของยาสีฟัน เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่ลูกมักจะให้ความสนใจ เพราะเด็กยังไม่รู้เรื่องสรรพคุณหรือคุณสมบัติอะไรมากมาย เขาสนใจเพียงแค่ของที่เอาเข้าปากเขานั้นมีกลิ่นหอมหรือมีรสชาติยังไงมากกว่า ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกยาสีฟันที่มีกลิ่นหอม อย่างกลิ่นผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม สตรอเบอร์รี่ กล้วย หรือองุ่น เพื่อที่จะดึงดูดให้ลูกแปรงฟัน

เพราะการแปรงฟันครั้งแรก จะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน การเลือกยาสีฟันที่มีกลิ่นหอม ไม่เย็น ไม่ทำให้เขาแสบปาก ก็จะเป็นการสร้างภาพจำว่าการแปรงฟันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย รสชาติของยาสีฟันไม่ได้แย่ แต่เขาอาจจะต้องปรับตัวให้ชินกับการมีอะไรมาทำความสะอาดช่องปากของเขาเท่านั้นเอง

ตรงจุดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทนเข้าไว้นะคะ ต้องพยายามแปรงฟันให้ลูกอย่างสม่ำเสมอจนกว่าเขาจะชิน เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดีของลูก จะได้ไร้แมงกินฟันมากวนใจค่ะ และถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อย ให้เขามีส่วนร่วมในการเลือกยาสีฟันกลิ่นที่ชอบก็ได้นะคะ

 

4. ปราศจากสารเติมแต่ง

โดยปกติแล้ว ยาสีฟันส่วนใหญ่ก็จะประกอบไปด้วยสารขัดฟัน สารที่ให้รสหวาน สารที่ก่อให้เกิดฟอง แต่ในยาสีฟันของเด็กนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องดูส่วนประกอบต่างๆ ให้ถี่ถ้วน เพราะสารเคมีบางชนิดที่อยู่ในยาสีฟันอาจจะเป็นอันตรายต่อลูก หรือส่งผลให้ลูกเป็นเด็กติดหวาน หากยาสีฟันที่ใช้มีรสชาติหวานนั่นเองค่ะ

ดังนั้นถ้าจะให้ดี คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเลือกยาสีฟันเด็ก ที่ปราศจากน้ำตาล สารกันเสีย (พาราเบน) สารที่ก่อให้เกิดฟอง (SLS / SLES) และสีสังเคราะห์

 

5. ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

แน่นอนว่าการที่เราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างหนึ่ง จำเป็นที่จะต้องดูว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีการรับรองหรือผ่านมาตรฐานความปลอดภัยอะไรรึเปล่า โดยเฉพาะกับของใช้ที่เกี่ยวกับลูกอย่างยาสีฟันเด็กก็ยิ่งต้องดูเรื่องนี้ให้ดีค่ะ ซึ่งยาสีฟันเด็กนั้นควรผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม (Oral Tolerance Evaluation) ว่าเป็นยาสีฟันที่ปลอดภัยและทำความสะอาดฟันได้อย่างอ่อนโยน

ใช้ปริมาณแตกต่างกันตามอายุ

ถึงแม้ว่าเราควรที่จะแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกช่วงวัยจะใช้ยาสีฟันปริมาณเดียวกันทั้งหมด เพราะ ในเด็กทารกหรือเด็กเล็กมากๆ ไม่สามารถควบคุมการบ้วนหรือกลืนได้ การใช้ยาสีฟันในปริมาณมากอาจทำให้เด็กเผลอกลืนเข้าไป โดยเฉพาะในช่วงก่อน 2 ปี ซึ่งจะส่งผลให้เด็กได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปและเพิ่มโอกาสการเกิดฟันตกกระได้ค่ะ

ดังนั้นทางทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย จึงได้มีการกำหนดปริมาณยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามแต่ละช่วงวัยไว้ดังนี้

  • เด็กอายุ 0-3 ปี : บีบยาสีฟันแค่แตะแปรงพอชื้น (เท่าเม็ดข้าวสาร)
  • เด็กอายุ 3-6 ปี : บีบยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่ว
  • เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป : บีบยาสีฟันตามความยาวของแปรง

Kodomo Organic Baby Toothpaste Fluoride Formula

โคโดโม ยาสีฟันเด็กออร์แกนิค สูตรฟลูออไรด์ 1000 ppm เป็นยาสีฟันที่จะช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กๆ ให้มีฟันที่แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดฟันผุอย่างได้ผล ใช้ได้ตั้งแต่ฟันซี่แรกของลูกน้อย (โดยส่วนมากจะอยู่ที่อายุประมาณ 6 เดือนค่ะ) ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนทั้งฟลูออไรด์ตามปริมาณที่ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยแนะนำ คือ 1000 ppm

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยให้ความชุ่มชื่น บำรุงเหงือกและฟัน อย่างว่านหางจระเข้ออร์แกนิค ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ECOCERT เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมว่าทำความสะอาดฟันได้อย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกันค่ะ

ยาสีฟันโคโดโม สูตรฟลูออไรด์ 1000 ppm นี้จะเป็นเนื้อเจลใสๆ ปราศจากสีสังเคราะห์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสตรอเบอร์รี่และกล้วย อีกทั้งยังไม่มีน้ำตาลจึงไม่มีรสหวาน ทำให้เด็กๆ ไม่ติดรสหวานนั่นเอง แล้วก็ไม่มีความเย็นนะคะ เด็กๆ ใช้แล้วไม่แสบปากแน่นอน

อีกอย่างนึงคือยาสีฟันสูตรนี้ไม่ค่อยมีฟองเป็นเพราะปราศจากสารที่ทำให้เกิดฟองอย่าง SLS และ SLES รวมไปถึงสารพาราเบน ดังนั้นยาสีฟันเด็กโคโดโมสูตรนี้จึงออร์แกนิคและปลอดภัยมากๆ เลยค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจ โคโดโม ยาสีฟันเด็กออร์แกนิค สูตรฟลูออไรด์ 1000 ppm ก็สามารถหาซื้อที่ได้ที่ Lion Shop Online, Lazada, Shopee, JD Central, Gourmet Market, Tops Supermarket, Foodland, Tesco Lotus และ Tsuruha ได้เลยนะคะ ในราคา 165 บาทเท่านั้นค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
หน้าหนาวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ อย่างโรคอุจจาระร่วง หลังพบว่าผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในปี 2563 มีผู้ป่วยรวมแล้ว 802,637 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 25-34 ปี โดยโรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษหรือสารเคมี สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุและพบได้บ่อย คือ ไวรัสโรต้า (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  เชื้อดังกล่าวพบได้ในช่วงอากาศเย็น ผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยผู้ปกครองควรดูแลเรื่องอาหารของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งไวรัสนี้จะก่อให้เกิดอาการไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียติดต่อกัน 3-5 วัน เนื่องจากเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารหรือเยื่อบุลำไส้บางลง ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารลดลง ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำจะมีอาการรุนแรง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะลดลง ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตาโหล เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือให้ลูกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร และภายหลังขับถ่ายหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และที่สำคัญ ทำความสะอาดของเล่นของลูกอยู่เสมอ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=16590&deptcode=brc&news_views=3623
18 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort