fbpx

มาเข้าใจอิทธิพลสื่อที่มีต่อเด็กเล็กกับคุณหมอแอม

Writer : OttChan
: 17 กันยายน 2563

ในปัจจุบันสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในโซเชียลมีอิทธิพลอย่างมากไม่ว่าจะกับวัยไหนโดยเฉพาะวัยเด็กเล็กที่มักจะได้ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนานเป็นพิเศษ จะด้วยการส่งมอบจากคุณพ่อคุณแม่หรือการร้องเรียกจะดูเองเพราะติดใจกับความสนุกสนานในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของภาพที่ปรากฏในจอ

แล้วแบบนี้จะส่งผลอย่างไรบ้างกันนะ กับพัฒนาการร่างกายและพฤติกรรมของพวกเขา

วันนี้ทาง Parents One จึงได้นำสาระดีๆ จากคุณหมอแอม ( แพทย์หญิงพรนิภา ศรีประเสริฐ ) เจ้าของเพจ เรื่องเด็กๆ by หมอแอม ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับ “อิทธิพลสื่อที่มีต่อเด็กเล็ก” ซึ่งรับรองได้เลยว่าจะได้ทั้งความรู้ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินในการรับชมแน่นอนค่ะ มาดูด้วยกันเลย

 

ปัญหาโซเชียลคืออะไร

 ปัจจุบันปัญหาโซเชียลเยอะมากเลยค่ะ เพราะว่าเด็กๆ ในยุคปัจจุบัน เขาเป็นเด็กยุค Gen Alpha ใช่ไหมคะ หลายคนคงเคยได้ยินคำศัพท์คำนี้มา เด็กยุคเจนอัลฟ่า คือเด็กยุคใหม่ค่ะซึ่งเขาโตมากับพวกหน้าจอ แท็บเล็ต, สกรีนต่างๆ ปัญหาที่เราเจอบ่อยคือคุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะต้องทำงานกับหน้าจอเช่นเดียวกันแต่บางทีเด็กเขาก็ไม่รู้ ว่าพ่อแม่ทำงานอยู่ พอเห็นก็เข้าใจว่าพ่อแม่เล่นมือถือ

เขาก็เลยเกิดความอยากเล่นมือถือบ้าง หรือบางคน, บางบ้าน พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงเอง และให้คุณตาคุณยาย, คุณปู่คุณย่าช่วยเลี้ยง หลายคนคิดว่าอยากให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีแต่เขายังรู้ไม่เท่าทันสื่อโซเชียลก็เลยหยิบยื่นมือถือให้ลูกก่อนวัยอันควร ทำให้ผลเสียระยะยาวเกิดขึ้นกับเด็กได้

อิทธิพลของสื่อโซเชียลที่มีต่อเด็กคืออะไร

เหตุผลที่สื่อโซเชียลมีอิทธิพลต่อเด็กมีมากมายเลยค่ะ อันดับแรก สื่อโซเชียลหลายตัวเช่น เฟซบุ๊ก, ยูทูปหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ แม้แต่ติ๊กต็อก สิ่งเหล่านี้มีจิตวิทยาของเขาที่จะช่วยดึงดูดผู้คนในการให้อยู่กับเขา ดังนั้น เวลาที่เด็กจะดูจอพวกนี้เลยมักจะติดอยู่กับโลกของพวกนั้นนานๆ จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ค่ะ

การติดสื่อโซเชียลส่งผลกระทบอย่างไร

หมอจะแยกเป็นสองข้อค่ะ อันดับแรกคือเรื่องของ ทางกาย นะคะ อันดับที่สองคือเรื่องของจิตใจและพฤติกรรม เรื่องของทางกายจะมีผลกับเรื่องของสายตาของเด็กได้ อย่างเช่น ถ้าเกิดว่าเราดูเด็กที่ดูโซเชียลนานๆ จ้องจนตาเหล่ อาจจะมีผลเรื่องการมองเห็นของเด็กได้นะคะ ถัดไปคือเรื่องของพัฒนาการที่เห็นได้ชัด คือเรื่องพัฒนาการด้าน การพูดซึ่งเด็กหลายคนมักจะพูดช้า บางคนคิดว่าก็ให้ดูยูทูป, ภาษาอังกฤษ ภาษาต่างชาติไง เห็นไหมเด็กพูดได้มากมายแต่ในความจริง เวลาที่เด็กฝึกพูด เราควรที่จะพูดกับเขาด้วย

เด็กจะเรียนรู้การพูด จากการที่เขาฝึกพูดเอง, ต้องฝึกการใช้ลิ้นถึงจะพูดเป็น

 นอกจากพัฒนาการทางด้านภาษาก็เป็นเรื่องของกล้ามเนื้อมือค่ะ การฝึกกล้ามเนื้อมือของเด็ก เวลาที่เด็กพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ เขาจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ครบทั้งสิบนิ้วแต่ถ้าเด็กเล่นแท็บเล็ตทั้งวัน นิ้วที่ใช้ก็คือนิ้วชี้และอย่างมากคือนิ้วโป้ง สองนิ้วแค่นี้เองค่ะ

ด้านที่สองก็คือจิตใจและพฤติกรรม หลายคนสังเกตเลยว่าเวลาเด็กดูจอ นิ่งมากเลยหมอมีสมาธิดีมากแต่ลองปิดโทรศัพท์ก็จะวิ่งแบบจับไม่อยู่กันเลยทีเดียว เขาเรียกว่า สมาธิสั้นค่ะ และทำไมเด็กจึงสมาธิสั้น? เพราะสมมติในยูทูป หนึ่งนาทีมีม้าวิ่งมายี่สิบกว่าตัว ภาพเคลื่อนไหวเร็วมาก แต่พอปิดหน้าจอกลับมาสู่โลกความเป็นจริง เวลาไปฟาร์มม้า สิบนาที ม้าวิ่งมาหนึ่งตัว ทำให้เด็กรู้สึกอยู่นิ่งไม่ได้ อะไรอะไรมันดูน่าเบื่อ ทำให้รู้สึกทุกอย่างมันเชื่องช้าเลยเป็นเหตุผลให้เด็กเป็นสมาธิสั้นตามมาได้ค่ะ 

ตามด้วยเรื่องพฤติกรรมของเด็กที่หมอเจอคือเรื่องของความก้าวร้าว ส่วนใหญ่เด็กที่ดูโทรศัพท์มักจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวโดยเฉพาะเวลาที่พ่อแม่ปิดโทรศัพท์ บางคนหนักถึงขนาดดึงผมแม่, ตีแม่หรือว่าเขวี้ยงของใส่คุณแม่ที่จำกัดการใช้โทรศัพท์ของเขา ปัญหาเหล่านี้หลายครั้งเกิดขึ้นจากเรื่องของสมาธิสั้นหรืออาจจะเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบที่เด็กเลียนแบบมาจากสื่อโซเชียลได้ค่ะ

เคยเจอสถานการณ์ไหนหนักที่สุดในการดูแลเด็กติดโซเชียล

ส่วนใหญ่ที่หมอเจอ เวลาที่เด็กเข้ามานอนโรงพยาบาล บางทีคุณพ่อคุณแม่ไม่สะดวกมาเฝ้าก็จะให้คุณตาคุณยายมาคอยช่วยเลี้ยง บางทีหมอเข้าไปตรวจและคุณตาคุณยายบอกว่า  “แป๊บนึงนะลูก หมอตรวจแป๊บนึงเดี๋ยวปิดก่อน” หลานเอามือถือเขวี้ยงใส่หัวยายเลยค่ะซึ่งหมอตกใจมาก

เด็กไม่ถึงขวบนะคะ แต่เขาก้าวร้าวรุนแรงแบบนี้เพราะโดนขัดใจจากโซเชียล ดังนั้นอยากจะเน้นเลยนะคะว่าไม่ควรที่จะเอาสื่อหรือโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตให้ลูกดูก่อนวัยอันควรเลยจริงๆ ค่ะ

ก่อนวัยอันควรคืออายุเท่าไหร่ในการใช้สื่อโซเชียล?

ก่อนวัยอันควรคือสองขวบ อายุต่ำกว่าสองขวบ ไม่ควรให้ลูกดูหน้าจอทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นหน้าจอโทรศัพท์, แท็บเล็ตหรือหน้าจอทีวีแต่มีอย่างเดียวที่หน้าจอสามารถใช้ได้ตั้งแต่ยังเล็ก นั่นคือการวิดิโอคอลนั่นเองค่ะ เพราะว่าภาพเคลื่อนไหวมันจะเป็นภาพช้าๆ เป็นการพูดคุยกับคนผ่านหน้าจอโทรศัพท์เฉยๆ

ทำไมต้องรอให้สองขวบจึงใช้ได้?

มีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าก่อนอายุสองขวบ เด็กจะมีปัญหาของการควบคุมตัวเอง ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้เวลาติดแท็บเล็ตหรือหน้าจอ หากติดก็จะติดอยู่แบบนั้น เมื่อถูกเอามือถือออกเขาก็จะไม่สามารถกลับมาสู่โลกความเป็นจริงได้

ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกติดโซเชียล

วิธีการป้องกันเลยนะคะ คือการจำกัดการเล่น หรือก่อนที่เราจะยื่นโซเชียลให้เขา เราต้องมั่นใจก่อนว่าเขาควบคุมตัวเองได้แล้ว สองขวบนะคะ อย่างที่หมอบอกไป

หากลูกติดไปแล้วจะมีทางไหนดึงกลับมาได้บ้าง

เด็กที่ติดไปแล้วนะคะ แบ่งก่อนว่าเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตค่ะ ถ้าเด็กเล็กหมายถึงคนที่ยังไม่สามารถโต้เถียงกับเราได้ เป็นโอกาสของเราที่จะจำกัดการเล่นของลูกแต่แน่นอนว่าเด็กจะต้องอาละวาด ก่อนที่เราจะเลิกหน้าจอให้เด็กเราต้องคุยกับคนในบ้านก่อนว่าเรากำลังจะปรับพฤติกรรมเขา และที่สำคัญคือทำตัวเป็นแท็บเล็ตตัวเป็นๆ ให้เขาแทน สมมติลูกติดเพลงดิสนีย์ก็ร้องเพลงให้ฟังไปเลยค่ะ

ส่วนในกลุ่มเด็กโตคือกลุ่มที่สามารถเถียงพ่อแม่ได้แล้วนั่นเอง แน่นอนว่าถ้าเราไปดึงแท็บเล็ตมาจากเขา เขาต้องเถียงเรา ดังนั้นควรที่จะต้องหาข้อตกลงร่วมกันกับลูกแต่ต้องตั้งข้อแม้ให้เขาด้วยว่าควรที่จะทำกิจวัตรประจำวันหรือทำการบ้านให้เสร็จก่อนที่จะเล่น และถ้าเกิดจำกัดเวลาได้ ก็ค่อยชมเชยเขาทีหลังค่ะ

มีอะไรอยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่บ้าง

เด็กถึงติดโซเชียลเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้กับเขา ทำให้เขาต้องมาหาโลกที่เล่นกับเขาแทนนั่นก็คือโลกในโซเชียล หมออยากจะฝากว่าการปรับพฤติกรรมของลูกหรือการสอนลูก, การอยู่ร่วมกับเขา ไม่มีคำว่าสายเกินไปค่ะ

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ดีกว่าวันข้างหน้าเราต้องมานั่งเสียใจนะคะเพราะวัยเด็กของลูกอยู่กับเราแค่ไม่นานค่ะ

สนับสนุนโดย : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ชีวิตครอบครัว ชีวิตครอบครัว
4 พฤศจิกายน 2563
7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
Update
ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่สูบเวลาและพลังของพ่อบ้านแม่บ้านอย่างเราๆ ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคงจะหนีไม่พ้น “งานบ้าน” แม้กระทั่งการกวาดพื้นถูพื้นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าจะทำให้สะอาดเอี่ยมอ่องทุกซอกมุมก็ต้องใช้เวลาและพลังกายไม่น้อย แถมหันไปก็ยังเจองานอื่นๆ กองรออีกเป็นตั้ง! แต่หลังจากนี้ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพราะวันนี้เราขอพามารู้จักกับ “Dyson Spot+Scrub Ai” หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นล่าสุดจาก Dyson ที่จะช่วยแบ่งเบาให้การทำความสะอาดบ้านกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ และระบบ Ai อันชาญฉลาด ไม่ว่าจะการตรวจจับคราบ แรงดูดพลังสูง ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอันแม่นยำ หรืออีกสารพัดเทคโนโลยีก็มัดรวมมาให้แล้วในเครื่องเดียว! รู้ขนาดนี้แล้วอย่ารอช้า มาสำรวจไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าว่า เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะเครื่องนี้เหมาะที่จะดูแลความสะอาดให้กับบ้านแบบใดบ้าง เผื่อว่าพ่อๆ แม่ๆ บ้านไหนกำลังลังเลใจ บทความนี้มีคำตอบให้แน่นอน~ บ้านที่มีเจ้าตูบเจ้าเหมียว แน่นอนว่าสำหรับทาสหมาทาสแมวทั้งหลาย การดูแลบ้านให้สะอาดเอี่ยมคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในแต่ละวันเราต้องรับมือกับขนที่ร่วงตามพื้น รอยเท้าจากการเล่นซน รวมถึงคราบไม่พึงประสงค์สำหรับบ้านที่ตั้งถาดฝึกขับถ่ายไว้ในบ้าน แต่เทคโนโลยีของ Dyson Spot + Scrub Ai สามารถกำจัดความยุ่งเหยิงเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย! ด้วยระบบทำความสะอาดที่สามารถเก็บกวาดเศษขนได้สะอาดเอี่ยมอ่อง แม้กระทั่งบนพื้นพรม ควบคู่มากับลูกกลิ้งถูพื้นที่สามารถกำจัดคราบฝังลึกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขจัดความสกปรกที่อาจเป็นต้นเหตุของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้หมดจด และเกร็ดน่ารู้อีกหนึ่งอย่างที่ห้ามพลาด คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Dyson Spot + Scrub Ai ทำงานด้วยไฟ LED สีเขียวซึ่งอ่อนโยนต่อดวงตาของเจ้าตูบเจ้าเหมียว นับเป็นผู้ช่วยด้านการทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงแน่นอน บ้านที่มีคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์แทบทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ใกล้คลอดน่าจะรู้กันดีว่า การเคลื่อนย้ายร่างกายไปไหนแต่ละทีคือเรื่องที่แสนลำบาก ยิ่งกับการทำความสะอาดบ้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง! Dyson Spot + Scrub Ai พร้อมที่จะเข้ามาเป็นหน่วยซัปพอร์ตให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวก ด้วยระบบการทำความสะอาดที่ทั่วถึง โดยเฉพาะกับซอกใต้โต๊ะ ตู้ เตียงที่คุณแม่มีครรภ์อาจก้มไปทำความสะอาดเองไม่ได้ และนอกจากคราบแห้ง ฝุ่น รอยเปื้อนต่างๆ…
3 เมษายน 2569

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save