fbpx

อึไม่ออกแก้ได้! 5 เคล็ดลับแก้ปัญหาเจ้าตัวเล็กท้องผูก 

Writer : Lalimay
: 31 พฤษภาคม 2564

“ลูกท้องผูก” เป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านอาจจะเจอ ซึ่งอาการที่แสดงว่าลูกท้องผูกก็คืออึน้อยกว่า 3 ครั้งต่ออาทิตย์ อีกทั้งอึยังแห้งแข็ง เมื่อลูกพยายามอึแล้วจะเจ็บก้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่ยอมอึ และสะสมจนกลายเป็นอาการท้องผูกนั่นเอง

วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาดูวิธีการแก้ปัญหาท้องผูกให้ลูก รับรองว่าถ้าทำแล้วอึลูกจะนิ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น หมดปัญหาท้องผูกมากวนใจแน่นอนค่ะ

1. ให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ 

เมื่อลูกท้องผูก คุณพ่อคุณแม่อาจเดาไว้ก่อนว่าน่าจะเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งสิ่งแรกที่จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ คือการให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ ค่ะ อาจฟังดูเหมือนเป็นวิธีง่ายๆ แต่เรื่องนี้ช่วยได้จริงๆ นะคะ เพราะอย่างที่รู้กันว่าน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับร่างกายมากๆ อีกทั้งน้ำยังมีส่วนช่วยที่ทำให้อึอ่อนตัวและขับเคลื่อนออกจากลำไส้ได้ง่าย โดยเราควรให้ลูกดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว และแนะนำให้ดื่มน้ำหลังตื่นนอนเลยจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ค่ะ

2. ลดอาหารที่ทำให้ลูกท้องผูก

อาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกท้องผูกได้ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตว่าเราให้ลูกทานอาหารที่เสี่ยงต่อการท้องผูกรึเปล่า  เช่น

  • ขนมหวาน : ไม่ว่าจะเป็นลูกอม คุกกี้หรือเค้ก เพราะมีน้ำตาลสูง อีกทั้งยังไม่มีกากใยอาหาร
  • อาหารทอด : ทำให้ร่างกายใช้เวลาย่อยนาน ส่งผลให้การลำเลียงอาหารในลำไส้ช้าลง ที่สำคัญคือไขมันจะไปดักจับกากอาหารทำให้อึแข็งตัว
  • ชีส, เนย : มีปริมาณกากใยอาหารน้อยมากและมีไขมันสูง
  • เนื้อสัตว์ : เด็กๆ ต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ถ้าทานมากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่ายได้

จะเห็นได้ว่าอาหารเหล่านี้กากใยค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงควรให้ลูกทานในปริมาณที่เหมาะสมก็เพียงพอแล้วค่ะ

3. ฝึกลูกให้ขับถ่ายเป็นเวลา

เด็กท้องผูกอาจเกิดขึ้นจากการที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เพราะเมื่อเลยเวลาขับถ่ายแล้ว ร่างกายจะดูดซึมของเสียเหล่านั้นกลับคืนสู่ร่างกายแทนที่จะขับออกมา ทำให้อึแข็งและแห้งมากขึ้น เพื่อเป็นการให้ร่างกายจำช่วงเวลาของการขับถ่ายไว้ คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกอึเป็นเวลา อย่างน้อยก็คือหลังทานอาหารเช้าเสร็จ โดยอาจพาลูกเดินย่อยเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายสักเล็กน้อย หากลูกปวดอึก็ให้รีบอึทันที อย่าอั้นไว้นะคะ

โดยวิธีที่จะทำให้ลูกถ่ายได้ง่ายขึ้นอีกวิธีนึงก็คือการวางเก้าอี้รองขาไว้ เพื่อให้เข่าอยู่สูงกว่าสะโพก คล้ายการนั่งยองก็จะทำให้ลูกอึออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ

4. เลือกอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและมีฤทธิ์ระบายท้อง

อย่างที่บอกว่าอาหารคือส่วนสำคัญของระบบขับถ่าย คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักใบเขียว หรือธัญพืชต่างๆ อย่างขนมปังโฮลเกรนแทนขนมปังขาว โดยในเด็กเล็กควรกินไฟเบอร์ให้ได้อย่างน้อยประมาณ 20 กรัมต่อวัน

นอกจากนี้อาจให้ลูกทานผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เช่น ลูกพรุนหรือมะละกอ ก็จะช่วยให้ลูกอึออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ผักกับเด็กเป็นของที่ไม่ถูกกันเสมอ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องหาวิธีหลอกล่อให้ลูกทานผักเพิ่มขึ้น เช่น เลือกผักที่มีสีสันสดใส ซ่อนผักไว้ในเมนูต่างๆ ตกแต่งจานให้สวยงามน่ารักประทาน และอาจให้ลูกช่วยเตรียมอาหารมื้อนั้นก็ได้ค่ะ

5. เสริมด้วยใยอาหารพรีไบโอติกส์ Fibermate Kiddy

หากลองทำทุกวิธีแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงลูกก็ไม่ยอมอึสักที แถมยังท้องผูกแบบไม่หาย พ่อแม่อย่างเราก็คงต้องหาตัวช่วยสักหน่อย ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่เราเห็นกันก็คือผงใยอาหารที่สามารถนำไปเติมลงในอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้แก่ร่างกายของลูกอย่าง “Fibermate Kiddy”

โดย Fibermate Kiddy คือใยอาหารพรีไบโอติกส์ ที่มาจากธรรมชาติ100 % มีลักษณะเป็นผงสีขาวๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ จึงทำให้เด็กๆ รับประทานได้ง่าย ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ให้ลูกขับถ่ายได้ปกติ เมื่อทานอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยให้ลูกอึนิ่มและช่วยให้การบีบตัวเคลื่อนไหวของลำไส้ดี จึงช่วยแก้ท้องผูกได้นั่นเองค่ะ

ซึ่งคุณสมบัติของใยอาหารพรีไบโอติกส์จากธรรมชาติ จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายตามธรรมชาติและช่วยเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ อย่าง Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งเป็นแบคทีเรียประจำถิ่นที่สำคัญที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติอีกด้วยนะคะ

Fibermate Kiddy ไฟเบอร์แก้ปัญหาท้องผูก

Fibermate Kiddy เป็นผลิตภัณฑ์ใยอาหารธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการรองรับจากคณะกรรมการอาหารและยาประเทศญี่ปุ่นว่าปลอดภัยและใช้กับเด็กทารกตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยยืนยันจากประเทศญี่ปุ่นด้วยนะคะว่าไม่ใช่แค่ช่วยแก้ท้องผูก แต่ยังปรับการขับถ่ายเป็นปกติ ดังนั้นมั่นใจได้เลยเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งยังได้รับการรับรองว่าเป็น LOW FOSMAP Certificated จาก MONASH University ประเทศออสเตรเลียอีกด้วยค่ะ 

ซึ่งการทานใยอาหารพรีไบโอติกส์ตัวนี้จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้รับใยอาหารจากธรรมชาติที่ง่ายดายกว่าเดิม โดยเด็กที่แพ้นมวัวก็สามารถทานได้นะคะ เพราะผลิตจากถั่ว Guar Bean ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจนได้ใยอาหารจากธรรมชาติที่ละลายได้ง่ายในน้ำ บอกเลยค่ะว่าละลายง่ายจริงๆ แถมไม่มีสี กลิ่นและรส ไม่ข้นหนืด ไม่พองตัวแบบไฟเบอร์ที่เคยทาน ขนาดลองผสมกับน้ำเปล่ายังแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะ จะเรียกว่าเป็นใยอาหารล่องหนก็ไม่ผิดเลยค่ะ

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถนำ Fibermate Kiddy ไปผสมในอาหารกึ่งเหลว เช่น สปาเก็ตตี้ซอสครีม หรือจะเป็นเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งร้อนและเย็น ละลายได้ง่ายเพียงแค่คนให้เข้ากัน ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กได้รับใยอาหารเต็มๆ ไปแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่บอกลาปัญหาเจ้าตัวเล็กท้องผูกไปได้เลย

แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่า Fibermate Kiddy เป็นใยอาหารพรีไบโอติกส์จากธรรมชาติที่ช่วยปรับสมดุลการขับถ่าย ต้องทานอย่างต่อเนื่องจึงจะค่อยๆ ทำให้อึนิ่มขึ้น ไม่ใช่ทานครั้งเดียวแล้วเห็นผล ดังนั้น Fibermate Kiddy จึงไม่ใช่ยาระบายหรือยาถ่ายนะคะ

นอกจาก Fibermate Kiddy แล้ว อีกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและช่วยให้ลูกทานผักได้ง่ายขึ้นก็คือ Fibermate Crispy ขนมผักผลไม้กรอบผสมอินนูลินไฟเบอร์ ที่จะช่วยให้ลูกสามารถทานผักได้อย่างง่ายดาย เพราะอุดมไปด้วยผักและผลไม้หลากสี ถึง 5 ชนิดในซองเดียว ทั้งบล็อกโคลี่ ฟักทองญี่ปุ่น แครอท กล้วยหอมและข้าวโพดหวานมาทำให้กรอบอย่างพิถีพิถันเพื่อคงคุณค่าสารอาหารและวิตามินตามธรรมชาติของผักและผลไม้ไว้ให้มากที่สุด และที่สำคัญยังมีการผสมอินนูลินไฟเบอร์ ซึ่งเป็นใยอาหารพรีไบโอติกส์จากธรรมชาติที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปด้วยค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจ Fibermate ก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://fibermate-official.com ได้เลยนะคะ หวังว่าผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กอึง่าย สบายกายลูกและสบายใจพ่อแม่นะค้าาา 😊

ข้อมูลอ้างอิงจาก

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
จากการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้จะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้อากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น อาจส่งผลให้โรคแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โดยสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 กันยายน 2564 พบผู้ป่วย 8,941 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ เด็กเล็กอายุแรกเกิด - 4 ปี รองลงมา คือ 25-34 ปี และอายุ 15-24 ปี ดังนั้นกรมควบคุมโรคจึงขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลสุขอนามัยตนเองและลูกเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์และโรคโควิด-19 ด้วยการสวมหน้ากากตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก หรือ ขยี้ตา ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากมีอาการป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม  นอกจากนี้ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคปอดบวม ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยลงได้  โดยหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป และเด็กอายุ 6 เดือน สามารถรับวัคซีนได้ฟรี! ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้านและที่สถานพยาบาลเอกชน ที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=20807&deptcode=brc&news_views=691  
27 กันยายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama