fbpx

พ่อแม่ต้องรู้! ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี แถมได้เก็บเงินให้ลูก แบบไหนดีนะ

Writer : Lalimay
: 12 ธันวาคม 2562

การลงทุนเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสนใจ และควรจะศึกษาให้ดี เพราะการลงทุนเป็นการเก็บเงินเพื่อเจ้าตัวเล็กที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการเก็บเงินไว้ในธนาคารเฉยๆ ซึ่งสำหรับนักลงทุนมือใหม่แล้ว การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง LTF และ RMF ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย ยิ่งซื้อ LTF ได้ปีสุดท้าย ยิ่งไม่ควรพลาด ดังนั้นเราไปทำความเข้าใจในเรื่องของกองทุน LTF และ RMF ให้มากขึ้น เพื่อเก็บเป็นเงินออมให้ลูกกันเถอะค่ะ

ทำไมต้องซื้อกองทุน LTF และ RMF ?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง 2 แบบอย่างง่ายๆ กันก่อน

กองทุน LTF (Long Term Equity Fund) หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก ส่วนกองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนรวมเพื่อการลงทุนระยะยาวแล้วเอาไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งเหตุผลหลักๆ ในการซื้อกองทุนทั้ง 2 แบบก็คือเพื่อเป็นการเก็บเงิน ด้วยการลงทุนระยะยาว ดีกว่าฝากประจำค่ะ

อีกเหตุผลที่ทำให้การซื้อกองทุน LTF และ RMF น่าสนใจคือสามารถนำยอดเงินที่ใช้ลงทุนไป “ลดหย่อนภาษี” ได้ แต่อาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่าในปีนี้กองทุน LTF จะเป็นปีสุดท้ายที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษี แต่ถึงอย่างนั้นอย่าเพิ่งตกใจนะคะว่ากองทุนจะปิด หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า เพราะจริงๆ แล้วกองทุนยังคงมีอยู่และมีการลงทุนตามปกติ แต่ถ้าอยากนำไปลดหย่อนภาษี รีบซื้อกองทุน LTF ภายในสิ้นปีนี้ยังทันนะคะ

 

ข้อแตกต่างระหว่าง LTF และ RMF คืออะไร ?

มาถึงจุดนี้คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าระหว่างกองทุน LTF และ RMF มีความแตกต่างกันยังไง ความแตกต่างของทั้ง 2 กองทุนนี้แบ่งออกให้เข้าใจง่ายก็จะมีอยู่ 3 ด้านหลักๆ คือ ระยะเวลาในการถือกองทุน จำนวนการลงทุนขั้นต่ำ และความต่อเนื่องในการลงทุน

สำหรับกองทุน LTF จะเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ที่มีระยะเวลาในการถือกองทุนอยู่ที่ 7 ปีปฏิทิน เราถึงจะสามารถขายกองทุนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข ซึ่งสามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำ แต่ว่าลงทุนครั้งนึงต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีนั้นๆ และไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ซื้อ LTF ได้ ดังนั้นควรซื้อให้เต็มสิทธิ์ไปเลย

ส่วนกองทุน RMF เป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่ไม่กำหนดอายุของผู้ซื้อแต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ที่ซื้อกองทุนจะต้องถือกองทุนนี้อย่างน้อย 5 ปีและถือยาวๆ ไปจนถึงอายุ 55 ปี ที่สำคัญคือจะต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องในทุกปี หรือถ้าจะพัก ก็พักได้ไม่เกิน 1 ปี หากพูดง่ายๆ ก็คือสามารถซื้อปีเว้นปีได้ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี ลงทุนครั้งนึงต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีนั้นๆ อย่าลืมว่าเมื่อรวมกับ กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนครูโรงเรียนเอกชน, ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนการออมแห่งชาติแล้วไม่เกิน 500,000 บาท

 

พ่อแม่ควรซื้อกองทุนไหนเพื่อลูก ?

ประโยชน์ในการซื้อกองทุนทั้ง 2 แบบ คือ กองทุน RMF จะลงทุนเพื่อเป็นการเก็บเงินไว้ใช้บั้นปลายชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ ส่วน LTF ที่ลงทุนระยะเวลาไม่นานเท่าจะเป็นการลงทุนเก็บเงินเพื่อเป็นเงินออมในอนาคตให้ลูก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจจะเก็บเงินแบบยาวๆ เน้นเก็บอย่างสม่ำเสมอก็แนะนำกองทุนแบบ RMF ค่ะ เพราะด้วยความที่เป็นกองทุนที่ต้องถือในระยะยาว แน่นอนว่าย่อมได้เงินเก็บเป็นเงินก้อนใหญ่หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เกษียณ รวมไปถึงทำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ชีวิตในช่วงหลังเกษียณได้อย่างสบายๆ อีกด้วย และนอกจากจะทำให้ได้เงินเก็บจำนวนมากแล้ว ยังสามารถใช้เรื่องนี้ในการสอนให้ลูกรู้จักการเก็บเงินแบบมีวินัย ซึ่งการมีวินัยในการเก็บเงินถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างให้ลูกเป็นคนที่รู้จักอดออมและสนใจที่จะมีเงินเก็บเพื่อตัวของเขาเองในอนาคต

ส่วนครอบครัวที่ยังไม่แน่ใจในความพร้อมเรื่องการใช้เงินของครอบครัว แนะนำให้เลือกกองทุน LTF ที่ไม่ได้ใช้ระยะเวลาในการลงทุนที่นานมากนัก นอกจากนี้ระยะเวลาในการลงทุนปีนี้ยังค่อนข้างพอเหมาะพอดีกับระยะเวลาในการเปลี่ยนชั้นปีของลูกอีกด้วย เช่น หากเราซื้อกองทุนตอนลูกอยู่อนุบาล 3 พอเขาขึ้นชั้นมัธยมอีกประมาณ 6 ปีเต็ม เราก็จะมีเงินก้อนสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนของลูก เพราะการเปลี่ยนชั้นปีในแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยใช่ไหมล่ะคะ

แต่ถ้าจะให้แนะนำ หากว่ามีความพร้อมก็อาจจะซื้อกองทุนเก็บไว้ทั้ง 2 แบบเลยก็ได้ โดยอาจจะแบ่งซื้อกันระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ เพราะแต่ละกองทุนก็ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน แต่ก็ควรศึกษาข้อมูลและพูดคุยกันให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจที่จะลงทุน และเลือกคู่กองทุนที่แข็งแกร่งและมั่นคงสำหรับภาวะของตลาดในตอนนี้ค่ะ

เลือกกองทุน LTF และ RMF ยังไงดี ?

ในปัจจุบันกองทุน LTF และ RMF นั้นมีให้เลือกมากมายอยู่เต็มท้องตลาด สำหรับคุณพ่อคุณแม่นักลงทุนมือใหม่แล้วก็คงเป็นเหมือนการอยู่ในตลาดปลาขนาดใหญ่ ที่มีโจทย์ว่าต้องหาปลาที่สดที่สุดเพื่อนำกลับมาทำกับข้าวให้ครอบครัว การเลือกกองทุนก็เช่นกัน เราต้องเลือกกองทุนที่ดีและเหมาะสมกับการลงทุนของเรามากที่สุด ซึ่งหลักการง่ายๆ ในการเลือกกองทุนทั้ง LTF และ RMF มี 3 อย่างที่ต้องดูค่ะ คือ

อย่างแรกคือเรื่องของผลตอบแทน แน่นอนว่าเมื่อมีการลงทุน ทุกคนก็ต้องหวังผลตอบแทนที่ดี แต่ที่สำคัญกว่าคือความสม่ำเสมอของผลตอบแทนนั้นๆ ค่ะ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะไปดูผลตอบแทนของแต่ละกองทุนที่เราสนใจย้อนหลังสัก 3-5 ปี เพื่อดูกว่ากองทุนไหนที่มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ รวมถึงประวัติในการจ่ายปันผล เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ในเรื่องต่อมาคือกองทุนนั้นต้องอยู่ในความเสี่ยงที่คุณพ่อคุณแม่รับได้ กองทุน LTF เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงเพราะลงทุนในหุ้นไทยเท่านั้น ส่วนกองทุน RMF เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสูงเพราะมีหลายนโยบาย และกระจายการลงทุน ดังนั้นในการเลือกกองทุนที่จะซื้อก็ควรต้องสำรวจกันก่อนว่าพร้อมที่จะรับความเสี่ยงกันขนาดไหนค่ะ

และสุดท้ายคือความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของกองทุนที่เราจะซื้อนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราต้องเอาเงินไปไว้กับคนที่น่าเชื่อถือ เพื่อมั่นใจว่าเงินของเราจะไม่หายไปไหน แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดี และทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าการลงทุนก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ดีนะคะ ดังนั้น ควรถือระยะยาว จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดี

เมื่อการลงทุนเป็นการตัดสินใจที่ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ถี่ถ้วน การเลือกซื้อกองทุน LTF และ RMF จากสถาบันการเงินเดียวกันก็มีความสะดวก และมีโอกาสรับผลตอบแทนกันแบบยาวๆ เหมือนกับกองทุน KDLTF และ KEQRMF คู่กองทุนแกร่ง ตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุดในตอนนี้ของกสิกรไทยนั่นเอง

 

KDLTF และ KEQRMF คู่กองทุนแกร่ง ตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุดในตอนนี้

ถึงเศรษฐกิจจะผันผวน แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราก็อย่ากลัวการลงทุนเพื่อลูกนะคะ ยิ่งลงทุนกับบลจ.ใหญ่อย่างกสิกรไทยที่เพิ่งได้รับรางวัลบลจ.ยอดเยี่ยม SET Awards 2019 ถึง 2 ปีซ้อน ก็ยิ่งมั่นใจได้มากกว่า ลงทุนคู่กันปีสุดท้ายให้เต็มสิทธิ์ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนกันยาวๆ กับคู่กองทุนแกร่ง พิชิตทุกสภาวะ

  • กองทุน KDLTF : ลงทุนหุ้นใหญ่ปันผลสูงสุดของกสิกรไทย ปันผลต่อเนื่องตั้งแต่จัดตั้ง 24 ครั้ง รวมเป็นเงิน 10.37 บาทต่อหน่วย (กองทุนจัดตั้ง ณ วันที่ 19 ต.ค. 2547)
  • กองทุน KEQRMF : ลงทุนหุ้นใหญ่เช่นกัน โดยกองทุนได้ 4 ดาว Morningstar และติด Top 5 อันดับกองทุนผลตอบแทนย้อนหลัง 7 ปีที่สูงที่สุด (ข้อมูล ณ 31 ต.ค.62)

นอกจากนี้ทั้งกองทุน KDLTF และ KEQRMF ยังเป็นกองทุนที่มียอดขายอันดับหนึ่งจากกสิกรไทย ถือว่าเป็นกองทุนยอดนิยมทีเดียวค่ะ

ส่วนการซื้อก็ทำได้ง่ายๆ  ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS หรือ K-My Funds พิเศษซื้อกองทุน LTF และ/หรือ RMF กสิกรไทย ผ่านแอป ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-30 ธ.ค.62 รับ Starbucks e-Coupon สูงสุด 500 บาท*

หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจก็สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/360ES3b

จะเห็นได้ว่าการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง LTF และ RMF เป็นการเก็บเงินเพื่อเพิ่มพูนให้เงินงอกเงยขึ้น ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานทางการเงินที่มั่นคงให้แก่เจ้าตัวเล็กแบบที่คุณพ่อคุณแม่นักลงทุนมือใหม่ก็สามารถทำความเข้าใจ และลงทุนไปกับกองทุนนี้ได้อย่างง่ายๆ เลยล่ะค่ะ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บลจ.กสิกรไทยกำหนด

  • ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกนำไปคำนวณ หรือไม่คำนวณภาษีเงินได้ประจำปี

#KAsset #KDLTF #KEQRMF #คำตอบที่ใช่ของการลงทุน

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ไม่เป็นไร
26 สิงหาคม 2563
Update
เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
24 มิถุนายน 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save