fbpx

NEWS: กรมสุขภาพจิตแนะ เด็กฉลาดได้ด้วย 7 วิธี ต่อยอดการเป็นคนดี เก่ง สุข

Writer : Lalimay
: 9 สิงหาคม 2562

ความฉลาดทั้ง IQ และ EQ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนอยากให้ลูกมี เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ โดยความฉลาดนั้นจะมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การให้ความรัก ดูแลเอาใจใส่และใช้เวลาร่วมกัน สามารถเสริมสร้างสายใยความผูกพันในครอบครัว จะทำให้เกิดความใกล้ชิดกันระหว่างพ่อแม่และลูก และเป็นสิ่งที่จะพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อม มีความฉลาดทั้งไอคิวและอีคิว

จึงขอแนะนำ 7 วิธีง่ายๆ ให้พ่อแม่นำไปใช้พัฒนาความฉลาดของลูก ช่วยต่อยอดให้ลูกเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ดังนี้

1. ฉลาดคิด : ฝึกเด็กให้รู้จักคิดในแง่บวก คิดในทางที่ดี คิดสร้างสรรค์

2. ฉลาดสื่อสาร : ฝึกให้เด็กรู้จักเลือกพูดแต่สิ่งที่ดี มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงคำพูดเชิงลบ เป็นผู้ฟังที่ดี

3. ฉลาดทำ : ต้องมอบหมายงานให้เด็กทำ ฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบ เช่น ทำงานบ้าน

4. ฉลาดสัมพันธ์ : ฝึกให้เด็กสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น โดยผ่านกระบวนการเล่น เรียนรู้กฎกติกา

5. ฉลาดอารมณ์ : ฝึกให้เด็กรู้เท่าทันถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา

6. ฉลาดเข้าใจ : ฝึกให้เด็กมีทักษะในการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

7. ฉลาดปรับตัว : ฝึกให้เด็กสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถเผชิญและแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง

อ้างอิงจาก

thaipbs.or.th/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562