fbpx

NEWS: องค์การอนามัยโลกเผย เด็กเล็กไอคิวต่ำ จากการขาดธาตุเหล็ก

Writer : Lalimay
: 12 กรกฏาคม 2562

ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่สำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาระดับสติปีญญาของเด็ก เพราะจะช่วงเสริมสร้างและพัฒนาสมองในช่วงแรกของชีวิต ดังนั้นถ้าเด็กโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอาจทำให้ไอคิวลดต่ำลง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มี 4 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาเชาวน์ปัญญาของเด็ก คือ 1.ภาวะเตี้ย (ส่วนสูงของเด็ก) 2.ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก 3.การขาดธาตุไอโอดีน และ 4.การเลี้ยงดู

ซึ่งภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia : IDA) หากเกิดในช่วงวัยทารกต่อเนื่องถึงวัยเด็กเล็ก อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด หากแก้ไขช้าเกินไปอาจทำให้สูญเสียศักยภาพด้านสติปัญญาไปอย่างถาวร

แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) อ้างอิงผลสำรวจ South East Asian Nutrition Surveys : SEANUTS โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตีพิมพ์ในวารสาร BJN, 2013 ซึ่งระบุว่า “เด็กไทยเกือบ 40% ขาดธาตุเหล็ก และมากกว่า 50% ได้รับสารอาหารต่ำในกลุ่มแคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอและวิตามินซี อันเนื่องมาจากคุณภาพของอาหารที่กิน”

สำหรับแนวทางการป้องกันเด็กขาดธาตุเหล็กคือ การจัดเตรียมอาหารที่มีธาตุเหล็กให้ลูกวัยเด็กเล็กได้กินอย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลา อาหารทะเล เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และในผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เพราะการพัฒนาสมองของลูกวัยเด็กเล็กเป็นเรื่องสำคัญ โภชนาการที่ดีและครบถ้วนจะช่วยคุณแม่ในเรื่องนี้ได้

อ้างอิงจาก

prachachat.net

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562