fbpx

NEWS: ลอยกระทงอย่างปลอดภัย ระวังเด็กเกิดอุบัติเหตุ ทั้งจมน้ำและจากการจุดพลุหรือประทัด

Writer : Lalimay
: 19 พฤศจิกายน 2564

วันนี้เป็นวันลอยกระทง คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนก็อาจจะพาลูกไปลอยกระทงตามสถานที่ต่างๆ กันใช่ไหมคะ แต่ในความสนุกก็ต้องระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง และสูญเสียอวัยวะสำคัญได้ รวมถึงให้ระวังอุบัติเหตุการจมน้ำด้วยค่ะ

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า นอกจากโรคโควิด 19 ที่ควรระวังแล้ว ในเทศกาลวันลอยกระทง มีประชาชนได้รับอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ทำให้บาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะสำคัญหรือเสียชีวิต และจมน้ำเสียชีวิต 

จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกรมควบคุมโรค ช่วงวันลอยกระทง 3 วัน (ก่อน ระหว่าง และหลังวันลอยกระทง) ในปี 2561-2563 พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ จำนวน 112 ราย กลุ่มอายุที่พบมากสุด คือ 15-29 ปี (ร้อยละ 32.1) รองลงมาเป็นกลุ่มเด็กอายุ 1-14 ปี (ร้อยละ 25.9) โดยอวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากที่สุด คือ ข้อมือและมือ ร้อยละ 36.6 รองลงมา คือ ศีรษะ ร้อยละ 17 ส่วนใหญ่มีแผลเปิดที่ศีรษะ ร้อยละ 42.1 และได้รับบาดเจ็บที่ตา ร้อยละ 26.3

ส่วนสถานการณ์การจมน้ำในช่วงวันลอยกระทง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559-2563) จากข้อมูลมรณบัตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า วันลอยกระทงวันเดียว มีคนจมน้ำเสียชีวิต 55 คน กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 45-59 ปี (ร้อยละ 34.5) และเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถึง 1 ใน 5

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็ควรดูแลลูกอย่าให้คลาดสายตา จูงมือลูกไว้ตลอด และหากมีการจุดพลุหรือประทัดก็หลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้บริเวณนั้นนะคะ นอกจากนี้ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยค่ะ

อ้างอิงจาก

https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=21789&deptcode=brc&news_views=1852

 

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
กลิ่นของลูก น่าจะเป็นกลิ่นที่หอมที่สุดสำหรับพ่อแม่ แต่รู้ไหมคะว่า กลิ่นของลูกนี้ส่งผลต่ออารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่ให้มีการแสดงอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วย วารสาร Science Advances ได้เผยแพร่งานวิจัยว่าด้วยเรื่องกลิ่นอ่อนๆ บริเวณศีรษะของทารก จากสารเคมี Hexadecanal หรือ HEX นั้น ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ชายและผู้หญิง  โดยเมื่อผู้หญิงดมกลิ่นของทารกแล้วจะมีอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดขึ้น แต่ในทางกลับกันก็สามารถทำให้จิตใจของผู้ชายสงบลงได้ ซึ่งนั่นทำให้ผู้หญิงรู้สึกหวงลูกและพยายามปกป้องทารกมากขึ้นเมื่อได้กลิ่นของสารเคมีจากตัวเด็ก ส่วนผู้ชายก็จะรู้สึกสุขุมและเยือกเย็นขึ้นเมื่อได้กลิ่น โดยการทดลองนี้ ได้ทดลองด้วยการให้ผู้หญิงและผู้ชาย เล่นเกมที่มีการโกงผลลัพธ์ไว้แล้ว เพื่อทำให้เกิดอารมณ์โกรธได้ง่าย และอนุญาตให้ผู้เล่นที่ชนะสามารถลงโทษคนแพ้ด้วยการใช้เสียงดังได้ เมื่อผู้เล่นได้ดมกลิ่นสารเคมี HEX ก่อนจะเริ่มเล่นเกม ผู้เล่นที่เป็นผู้หญิงจะใช้เสียงด้วยระดับที่ดังมากขึ้น ส่วนผู้ชายจะเบาเสียงลง นักวิทยาศาตร์ได้ทำการทดลองถึงสองรอบซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกัน โดยการทดลองรอบที่สองมีความพิเศษและแม่นยำขึ้น เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจเช็กคลื่นสมองของผู้ทดลองในระหว่างการเล่นเกมและการใช้เสียงเพื่อลงโทษด้วย งานศึกษาชิ้นนี้อธิบายถึงเหตุผลและประโยชน์ของสารเคมีข้างต้นที่ทารกปล่อยออกมาว่า ทารกจะได้รับประโยชน์หากแม่มีความรู้สึกต้องการปกป้องตัวทารกมากขึ้น และช่วยให้พ่อใจเย็นขึ้นด้วย อ้างอิงจาก https://www.voathai.com/a/baby-scent-on-parents-mood-jp/6328680.html  
1 ธันวาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama