fbpx

รวมประโยคแย่ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก

Writer : OttChan
: 14 กรกฏาคม 2564

บางครั้งเวลาเราพูดกับลูกที่บ้านแล้ว ก็เผลอระเบิดอารมณ์ออกมา แต่บางทีก็คิดว่าคำที่พูดไปไม่ได้รุนแรงอะไร แค่อยากดุหรืออยากสอนบ้างเท่านั้นเอง ทำไมลูกถึงกลัวเรา ไม่อยากเข้าใกล้เรา หรือพาลไปคิดว่าเราเกลียดเขาจริงๆ แล้วซะอีก

นั่นก็เพราะว่าคำบางคำ ไม่ควรเป็นคำที่จะใช้ในการดุหรือสอนลูกยังไงล่ะค่ะ

และประโยคไหนบ้างที่ไม่ควร เราไปดูด้วยกันเลยเพื่อที่จะได้ปรับพฤติกรรมของเราให้ไม่เป็นพ่อแม่ที่ใจร้าย และชอบใช้อำนาจกับลูก

น่ารำคาญ จะไปไหนก็ไป

คำนี้ไม่ว่าใครได้ยินก็คงต้องสะเทือนใจไว้ว่าคนๆ นั้นจะมีบทบาทไหนในชีวิตเรา และยิ่งเป็นเด็กเล็กแล้ว เขาอาจแยกไม่ได้ด้วยน้ำเสี่ยงหรือท่าทางว่าพูดเล่นหรือจริง แต่คิำของพ่อแม่ล้วนจริงเสมอสำหรับเขา อาจทำให้คิดไปได้จริงๆ ว่าถูกพ่อแม่รำคาญ ฉะนั้นคำๆ นี้จึงเป็นคำที่ไม่ควรใช้มากๆ ไม่ว่าเราจะพูดติดขำ อยากแหย่เขาหรือกำลังโกรธอยู่จริง เพราะพอเราหายโกรธแล้ว ลูกอาจไม่ได้หายกลัวเหมือนที่เราหายค่ะ

คำที่ควรใช้เวลารู้สึกไม่พร้อมที่จะให้ลูกอยู่ใกล้ๆ จึงควรเป็นการขอเวลาซักครู่รึบอกลูกไปว่าตอนนี้เราอยู่ในอารมณ์ไหนและขอใช้เวลากับตนเอง

เกลียดลูกที่สุด, ไม่รักลูกแล้ว

จะด้วยความรู้สึกชั่ววูบที่ความอดทนหมด หรือรุ้สึกว่าไม่ไหวแล้วกับความซน, เอาแต่ใจของลูกน้อย ประโยคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประโยคอันตรายที่ไม่ควรเอ่ยออกมาเลยไม่ว่าจะโมโหแค่ไหนก็ตาม เพราะคำๆ นี้ลูกเราจะจดจำไปจนถึงวันที่เขาโต ทำให้ความไว้ใจ และความรู้สึกดีๆ ที่มี อาจจะน้อยลงจนถึงขั้นเฉยชา แม้เราจะพยายามบอกรักเขาทดแทนไปเท่าไหร่ เสียงมันก็ไม่ดังเท่าคำว่าเกลียด, ไม่รักในตอนแรกที่พูดไป

ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าอยู่ในจุดที่ไม่ไหว ให้เอาตัวเองออกมาก่อนจากสถานการณ์ตึงเครียดที่จะนำพาไปสู่การใช้คำนั้น

ไม่น่าให้เกิดมาเลย

ในวันที่ล้าหรือหมดกำลังทำอะไรต่างๆ บางทีก็อาจมีบ้างที่คนเป็นพ่อแม่หวนมีคำนี้ขึ้นมาในใจ ซึ่งมันเป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมามากที่สุดโดยเฉพาะเด็กที่เราตั้งใจให้เขาเกิดมาเป็นลูกเรา ไม่เช่นนั้นก็เหมือนว่าที่ผ่านมานั้น การมีตัวตนของลูกคือเรื่องโกหกที่เราแสร้งว่ายินดีที่มีเขาในชีวิต

หากรู้สึกอ่อนล้าหรือเปล่าเกินจะเลี้ยง ลองให้เวลาตัวเองได้สงบอารมณ์หรือมีสติมากพอแล้วถึงค่อยพูดคุยกับลูกนะคะ

ลูกบ้านอื่นน่ะ…เขายัง…

ไม่ว่าจะต่อด้วยคำว่าอะไร แต่การขึ้นต้นมาว่าลูกบ้านอื่น รึคนอื่นก็บ่งบอกได้แล้วว่าเรากำลังพยายามเปรียบเทียบลูกของเราให้เป็นอื่น และชื่นชมคนอื่นจริงๆ เป็นคนในใจหลักของเราไป ซึ่งหากเป้นตัวเราเองโดนเปรียบเทียบแบบนี้ อย่างไรก็รู้สึกแย่ใช่มั้ยคะ กับลูกเองก็เช่นกัน นับว่าเป็นประโยคที่เลือกได้แล้วอย่าใช้เลยในการสนทนา เพราะไม่รู้ได้เลยว่าลูกจะตีความว่าเราแค่ต้องการให้ลูกดีขึ้น หรือเราอยากได้คนอื่นมาเป็นลูกของเราแทน

ไปไหนก็อายเขา มีลูกนิสัยแบบนี้

บางครั้งเราแค่อยากให้ลูกทำตัวดีๆ เวลาไปพบเจอคนอื่นเพราะอยากให้เขาเป็นเด็กที่น่ารัก แต่การขู่ด้วนถ้อยคำลดทอนคุณค่าของตัวเด็กเอง จะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกโดนกดดัน และถูกด้อยค่าลงไปโดยปริยาย ส่งผลให้เขาเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตนเอง และอาจไม่มั่นใจด้วยว่า คุณพ่อคุณแม่ของเขา รักเราหรือเปล่าหรือรู้สึกอายที่ต้องมีเขาเป็นลูก

เลี่ยงได้ อยากให้เลี่ยงใช้คำนี้ แต่ลองเป็นการแนะนำดีๆ แทนว่าควรจะทำตัวอย่างไร จะดีกว่า อาทิ ” พูดเพราะๆ เวลาเจอคนอื่นได้มั้ยคะ ถ้าทำได้หนูจะเป็นเด็กดีมากๆ เลยนะ ” “ไม่วิ่งไปมานะ เดี๋ยวจะล้ม และทำให้คนอื่นเวียนหัว สัญญานะครับคนเก่ง ”

ถ้ารู้ว่าโตมาจะเป็นงี้นะ…น่าจะเอายัดขี้เถ้าตอนเกิด

เวลาโมโห ใครๆ ก็ชอบโทษอดีตที่ตัวเองตัดสินใจผิดพลาด หรือเลือกหนทางผิดแต่กับเรื่องของลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรจะนำมาเป็นประเด็นในความรู้สึกนี้เพราะการที่เราตั้งใจแล้วว่าจะมีใครสักคนขึ้นมาเพื่อดูแลเขา และเลี้ยงดูเขาให้ดี การใช้ประโยคนี้ในการพูดให้ลูกรู้สึกผิดจึงไม่ควรอย่างมากเพราะเด็กนั้นเกิดขึ้นมาได้ก็จากการกระทำของผู้ใหญ่เอง ไม่ใช่ตัวเขาที่เลือกเกิดมา

 

 

 

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Sometime…บางครั้งของลูก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้ทุกประเทศเริ่มทะยอยฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยล่าสุดที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง กัมพูชา ได้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้เด็กอายุ 12-17 ปีแล้ว โดยเด็กที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ในกรุงพนมเปญ และอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง จะได้รับวัคซีน "ซิโนแวค" ของจีน เป็นเข็มแรกและเข็มที่ 2 โดยรัฐบาลคาดว่าจะฉีดให้กับเด็กกลุ่มนี้ครบ 2 ล้านคนก่อนถึงเดือน พ.ย.ปีนี้ เพื่อที่จะได้เปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้อีกครั้ง สำหรับการฉีดวัคซีนที่ประเทศกัมพูชานั้น นับตั้งแต่เริ่มโครงการฉีดวัคซีน ประชาชนเกือบ 50% ของจำนวนประชากร 17 ล้านคน คือราวๆ  7.3 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ในส่วนของแผนฉีด "บูสเตอร์" หรือวัคซีนเข็มที่สาม รัฐบาลจะสั่งซื้อวัคซีนแอสตราเซเนกา ผ่านโครงการโคแวกซ์ 500,000 ถึง 1 ล้านโดส เพื่อกระตุ้นให้แก่บุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า ขณะที่วัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งได้รับบริจาคจากสหรัฐฯ จะนำไปฉีดให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทางภาคเหนือของประเทศ เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ฉีดเพียงเข็มเดียว เหมาะสำหรับการแจกจ่ายในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ยังประกาศไฟเขียวให้บริษัทเอกชนช่วยนำเข้าวัคซีนมาแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ด้วย อ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/news/foreign/2155165  
2 สิงหาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama