fbpx

พาลูกไปเล่นใน "นิทรรศการภาพค้างติดตา" จุดกำเนิดภาพยนตร์ และเรือย้อนเวลาข้ามมิติ

Writer : Mneeose
: 2 เมษายน 2564

คุณพ่อคุณแม่เป็นกันไหมคะ เวลาที่พาเจ้าตัวเล็กไปดูหนัง หรือดูการ์ตูนอนิเมชั่น เขามักจะชอบตั้งคำถามเกี่ยวกับจุดกำเนิดของการเกิดภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง ว่าเรามองเห็นภาพต่างๆ เหล่านั้นได้อย่างไร?

คำถามสุดเเปลกที่ต้องการคำตอบเชิงวิทยาศาสตร์แบบนี้ พ่อแม่อย่างเราก็ไม่รู้จะไปหาคำตอบที่ถูกต้อง และสามารถอธิบายให้ลูกเข้าใจจริงๆ ได้ยังไงเลย จนได้มาเจอกับนิทรรศการในหอภาพยนตร์ จ.นครปฐม อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เลยค่ะ

นั่นก็คือ “นิทรรศการภาพค้างติดตา” หรือ Persistence Of Vision ซึ่งภายในงานจะมีหลากหลายโซนที่มาอธิบายทฤษฎีของการเกิดภาพเคลื่อนไหวแบบที่เด็กก็เข้าใจง่ายๆ แน่นอน เห็นเขาบอกว่าในนี้มีของเล่นให้เล่นมากมายเลย รับรองว่าเด็กๆ ต้องชอบแน่นอน

อย่ารอช้า!! งั้นเราพาลูกน้อยไปเรียนรู้ และเล่นสนุกในนิทรรศการภาพค้างติดตากันเลยค่ะ

รู้จักกับพี่ติ๊ดต้า มามอง และดูดู ผู้พาทัวร์สุดน่ารัก

เมื่อเราเดินเข้ามาในนิทรรศการก็จะเจอกับทางเข้าสีเหลืองสดใส เชิญชวนให้มาเล่นเล่นสนุกด้วยกัน โดยมีพี่ติ๊ดต้าคอยต้อนรับอยู่หน้าประตู พร้อมกับผู้ช่วยของเขา “มามอง” แมงมุมเจ็ดตัวเจ็ดสี และเหล่าแมงมุมน้อย “ดูดู” ที่จะพาเด็กๆ ไปทัวร์โลกแห่งกาลเวลาในดินแดนภาพค้างติดตา พร้อมกับตั้งคำถามที่เหล่าเด็กๆ อาจจะสงสัยกันนั่นเอง

 

โซนที่ 1 : มองถ้ำ เส้นทางของการกำเนิดภาพยนตร์ และภาพนิ่ง

ในโซนที่ 1 มีชื่อว่า “มองถ้ำ” ซึ่งจะพาเราย้อนกลับไปในช่วงของมนุษย์ยุคหิน ที่ชอบอาศัยอยู่ในถ้ำ ล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ รู้หรือไม่ว่า? สิ่งเหล่านี้แหละคือจุดเริ่มต้นของภาพเคลื่อนไหวที่แท้จริง

เมื่อมองไปรอบๆ ถ้ำ เราจะเห็นว่า มีรอยสีที่แต่งแต้มจนเป็นรูปคน และรูปสัตว์มากมาย แถมห้องนี้ยังมีการเล่นวิดีโอโชว์วิวัฒนาการด้วยนะ

ย้อนกลับไปในถ้ำที่มนุษย์ยุคหินอาศัยอยู่ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้เกิดการวาดเรื่องราวด้วยไว้บนผนังถ้ำ เพื่อต้องการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับลูกหลานได้รับรู้ว่าบรรพบุรุษของเขาได้ทำอะไรไว้บ้าง ทั้งการไล่ล่าสัตว์สุดตื่นเต้น เพื่อทำเป็นอาหาร และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมักจะมีการวาดขาของสัตว์เกินกว่าความจริง นั่นเป็นเพราะ เขาต้องการให้ลูกหลานรู้ว่าสัตว์ที่พวกเขาไล่ล่านั้นมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมาก จนมองตามไม่ทันนั่นเอง

 

โซนที่ 2 :  เล่นเงา เล่าเรื่อง

โซนต่อไปมีชื่อว่า “เล่าเงา” เมื่อมนุษย์รู้จักการเพาะปลูก และย้ายมาอาศัยในบ้าน และเริ่มคิดค้นวิธีการเล่าเรื่องอย่างไรให้สนุกยิ่งขึ้น จึงเกิดเป็นการเล่นเงาในตอนกลางคืนขึ้นมา โดยการใช้เพียงมือเท่านั้น ก็สามารถเเปลงเป็นสิ่งสาราสัตว์นานาชนิดได้เเล้ว

ต่อมาจึงมีการดัดแปลงใช้แผ่นหนังสัตว์ หรือวัสดุอื่นๆ เช่น ต้นไม้ใบหญ้า มาสร้างเป็นรูปทรง เพื่อเล่นกับเงาตามที่ต้องการ

 

ชวนมาเล่น เงามือกับลูกน้อย เสริมสร้างจินตนาการไม่รู้จบ 

สร้างภาพสัตว์เคลื่อนไหวด้วย 2 มือเรา

เมื่อมาถึงห้องนี้แล้ว อย่าลืมชวนลูกมาเล่นเงามือกันนะ มีวิธีการทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ บอกไว้ให้ทำตามง่ายๆ ด้วย

อย่าลืม!! ถ่ายรูป แล้วกลับมาเล่นเล่านิทานที่บ้านตอนกลางคืนด้วยกันนะ

 

โซนที่ 3 : หมุนขยับ ภาพเยื้อน  

เดินชมห้อง “นักประดิษฐ์ และอุปกรณ์สร้างภาพสมัยโบราณ”

เมื่อเราเดินต่อมาก็จะเจอกับ “ห้องนักประดิษฐ์” ซึ่งมีอุปกรณ์เกี่ยวกับการมองภาพเคลื่อนไหวในยุคโบราณมากมาย ซึ่งมีทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เช่น ฟลิปบุ๊ก หนังสือภาพวาดที่มีชีวิต ซึ่งในปัจจุบันเราก็ยังเห็นกันอยู่ด้วยนะ

 

โซนที่ 4 : เรียนรู้ผ่านการเล่น ในโซน “ลองเล่น” บนเรือเหาะยักษ์

โซนนี้คือไฮไลท์ทั้งหมดของนิทรรศการภาพค้างติดตาเลยก็ว่าได้ค่ะ นั่นก็คือ “ห้องลองเล่น” ที่อยู่บนเรือเหาะยักษ์ ซึ่งจะพาเรา และลูกๆ ไปเรียนรู้ด้วยการเล่นเกมแสนสนุกบนเรือมากมาย ทั้งสไลเดอร์ใที่ห้เด็กๆ มุดมาเล่นน้องดูดูข้างล่างได้ แถมยังมีตู้เกมรอบๆ เรือ ที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของภาพเคลื่อนไหวไว้ด้วยนะ

ที่สำคัญ คือ เราจะได้เห็นวิวัฒนาการของภาพเคลื่อนไหวตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันเลยล่ะ รวมไว้ในที่เดียวบนเรือยักษ์แห่งนี้ นอกจากนี้ ยังมี 3D Zoetrope ที่จะพาตัวการ์ตูนที่อยู่ตรงกลางเรือหมุนเร็วมาก จนสายตาเรามองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวเลยล่ะ สุดยอดมากๆ เลย รับรองว่าเด็กๆ จะต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอน

 

 

ฝึกการสังเกต และการเคลื่อนไหว ผ่านการเล่นเกมสร้างอนิเมชั่น

บอกเลยว่าเด็กคนไหนที่ชอบเล่นเกม ต้องห้ามพลาดกับโซนนี้เลย กับเกมฝึกสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบอนิเมชั่น ซึ่งจะให้เราเรียงลำดับภาพให้ถูกต้อง ฝึกการสังเกตสุดๆ สนุก และท้าทายไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

นิทรรศการภาพค้างติดตา : Persistence of vision
เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์
เวลา 10.00 น. – 17.00 น.
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
@หอภาพยนตร์ จ.นครปฐม

คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมพาลูกมาเที่ยวกันเยอะๆ ด้วยนะ ความรู้อัดแน่น แถมยังสนุกขนาดนี้ เจ้าเด็กต้องชอบมากแน่นอน

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กำลังใจที่ไม่เคยสังเกต
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
การตีไม่ใช่ทางออกของการอบรมสั่งสอนในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะเด็กอาจไม่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำผิดอย่างแท้จริง มีแต่เพียงความกลัวเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการอีกด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า การตีเด็กอาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ แม้จะตีเบาๆ ก็ตาม เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงกับเด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า เพราะการอบรมที่ดี ควรต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น อ้างอิงจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30686  
21 เมษายน 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort