fbpx

เคี้ยวเพลินเกินไป! ลูดติดเคี้ยวน้ำแข็ง จะเป็นปัญหาหรือไม่

Writer : OttChan
: 2 มิถุนายน 2563

เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ หรือทานน้ำแข็งไสราดนมข้นหวานจึงถือว่าเป้นสวรรค์สุดๆ ไม่ว่าจะกับเด็กหรือผู้ใหญ่

แต่เวลาไปร้านอาหารหรือทานข้าวกับลูก คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตมั้ยคะว่าเด็กน้อยของเราชอบเคี้ยวน้ำแข็งหรือเปล่า ทานบ่อยแค่ไหน ทุกครั้งที่ดื่มน้ำแล้วต้องขอน้ำแข็งใส่ทุกครั้งหรือไม่ ถ้ามีอาการทุกครั้งต้องรับประทาน ต้องได้อมได้เคี้ยวไม่งั้นจะรู้สึกกระวนกระวายและพยายามร้องหาเป็นไปได้ว่า เด็กๆ อาจเป็นโรคติดน้ำแข็ง ( Pagophagia ) ก็ได้นะคะ แล้วติดแบบนี้จะมีผลเสียอะไรมั้ย

เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าปัญหาการติดน้ำแข็งมีอะไรและหากติดไปแล้วจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง

โรคติดน้ำแข็ง

เป็นโรคที่ติดมาจากการกัดและกินน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้ง และมีความชอบจนสามารถเคี้ยวได้ตลอดทั้งวัน มีความต้องการจะทานอยู่ตลอดเวลา แม้จะได้ดื่มน้ำเย็นหรืออยู่ในสภาพอากาศที่สบายแค่ไหน ก็ยังมีอาการอยากเคี้ยวอยู่ และอาจมีอาการกระวนกระวายหรือหงุดหงิดหากไม่ได้ทานน้ำแข็ง ถ้าเด็กๆ ที่บ้านมีอาการดังกล่าวและงอแงก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นโรคติดน้ำแข็งแล้วล่ะค่ะ

ซึ่งเหตุที่ทำให้ติดนั้นมีอยู่หลายปัจจัยไม่ว่าจะมาจากพัฒนาการของร่างกายลูกน้อย, ความเครียด, อาการย้ำคิดย้ำทำรึแม้แต่เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะโลหิตจาง สิ่งเหล่านี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเราเริ่มเสพติดการเคี้ยวน้ำแข็งเพราะมันช่วยคลายเครียดและยังได้ความเพลิดเพลิน  หากเด็กๆ บ้านไหนติดน้ำแข็งแล้วมีภาวะเครียดรึอาการย้ำคิดย้ำทำ ก็ต้องรีบทำการพบแพทย์หรือพบผู้เชี่ยวชาญทันทีนะคะ

 

ข้อเสียของการติดน้ำแข็ง

หากได้ทานบางครั้งบางคราวนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาอะไรกับลูกน้อยแต่ถ้าติดทานอย่างหนัก ได้ทานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเวลาไหนด็จะทานแล้วล่ะก็ การติดน้ำแข็งก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพดังนี้

  • อาจติดคอหรือลื่นไหลลงคอไปไม่ทันระวัง
  • ฟันบิ่น, แตก
  • ติดนิสัยเคี้ยวเสียงดังไม่รู้ตัว
  • กระทบการพัฒนาการของร่างกายที่พัฒนาได้ช้าลง
  • อาจติดเชื้อได้จากการเคี้ยวน้ำแข็งที่ไม่สะอาด

 

การทานน้ำแข็งที่เหมาะสมของเด็ก

แน่นอนว่าการติดแล้วนั้นก็ยากที่จะให้หยุดทานได้ง่ายๆ แบบหักดิบเพราะตัวลูกน้อยเองก็คงไม่รู้ถึงผลเสียได้ดีเท่าคุณพ่อคุณแม่ ฉะนั้นเราจะมาค่อยๆ ลดปริมาณและการติดเคี้ยวน้ำแข็งของเขาได้ดังนี้ค่ะ

  • ยังไม่ให้ลูกทานจนกว่าจะเกิน 4 ขวบ เพราะหากเด็กกว่านั้นอาจทำให้ฟันสึกหรือบิ่นและเหงือกร่นได้
  • พยายามทุบน้ำแข็งให้ละเอียดเม็ดเล็กก่อนใส่ให้ทาน
  • ให้รับประทานได้นานๆ ครั้ง ไม่ให้บ่อย
  • เลี่ยงได้เลี่ยง ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง
  • ไม่เคี้ยวน้ำแข็งต่อหน้าลูกเพราะเขาเองก็อาจขอให้ได้ทานบ้าง
  • หากเกิดจากอาการคันฟัน ให้ลองหาจุกยางหรือสิ่งอื่นเพื่อขบเคี้ยวแทน
  • หากยังแก้ไม่ได้และพยายามหามาทางทุกทางควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาแนวทางแก้ไขที่เชิงลึกกว่าเดิม

ที่มา : sanook, amarinbabyandkidsdekkinngay

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
Update
Banner Banner
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาว โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง โดยพบอัตราผู่ป่วยมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ประกอบกับช่วงนี้ที่เด็กในบางพื้นที่ต้องหยุดอยู่บ้านหรือศึกษาที่บ้านเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ติดโรคนี้จากเด็กในชุมชนเดียวกันได้ อาการของเด็กที่เริ่มป่วยโรคมือ เท้า และปากนั้นจะเริ่มจากการมีไข้อ่อนๆ อ่อนเพลีย 1-2 วันต่อมาจะมีอาการเจ็บปาก และมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากสังเกตแล้วอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีไข้สูง ซึมลง ชัก เกร็ง หายใจหอบ หรืออาเจียนในปริมาณมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้แล้ว นายแพทย์โอภาศยังกล่าวแนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลบุตรหลานในช่วงอยู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเล็กนั้นอาจไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้  และได้แนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า และปากดังนี้ ลดการสัมผัสเชื้อ ไม่นำมือสกปรกสัมผัสใบหน้า เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสของเล่น ของใช้อย่างอื่นอาจกระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ ก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ หากบุตรหลานป่วย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะให้ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร แยกของใช้และของเล่นไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นๆ อ้างอิงจาก https://bit.ly/3sKDNIN
22 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort