fbpx

รู้จักช่วง REM ช่วงเวลาการนอนหลับไม่สนิทของลูกน้อย

Writer : OttChan
: 23 พฤษภาคม 2562
คุณพ่อคุณแม่หลายคนเคยเกิดความกังวลอยู่ทุกครั้งที่เห็นลูกน้อยที่อายุไม่ถึงขวบมีอาการฝันร้ายหรือร้องครางครือยามค่ำจนทำเอาอดห่วงไม่ได้ว่าเขาจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า กลัวจะไม่สบายหรือฝันเห็นสิ่งไม่ดีซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่าช่วง REM หรือที่เรียกว่าการหลับระยะต้นที่ยังหลับไม่สนิทและอาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาเองอย่างช่วยไม่ได้ในยามค่ำคืน
ช่วง REM นั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติเพราะเหล่าลูกน้อยจะต้องพบเจอกับอาการนี้ควบคู่มาอยู่แล้วกับการเจริญเติบโตในช่วงแรกเกิดของเขาแต่เมื่อโตขึ้นช่วง REM ของลูกจะสั้นลง ทำให้เขาหลับลึกและหลับสนิทมากขึ้น เพื่อให้การพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาไปได้สูงขึ้นหรือต่อยอดขึ้นคงจะต้องมาใส่ใจให้รู้ถึงช่วงการนอนของลูก 💤
เราจะมาสังเกตการนอนของลูกกัน

ในสภาวะการหลับนั้นแบ่งออกได้เป็นแบบช่วง REM , ช่วง NON-REM

.

ช่วง REM ( Rapid Eye Movement ) 

▪️ยังหลับไม่สนิท
▪️มีการกลอกตาอย่างรวดเร็วในขณะหลับตา
▪️นิ่วหน้านิ่วตา, ขมวดคิ้ว,มุ่ยปาก
▪️หายใจแรง
▪️ดิ้นหรือขยับตัวไปมา

ช่วง NON-REM ( Non Rapid Eye Movement )

▪️นอนนิ่ง
▪️หลับลึก
▪️ร่างกายหลั่งสาร Growth Hormone เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
นอกจากช่วงการนอนแบบ REM ที่ทำให้หลับไม่สนิทแล้วยังมีสาเหตุอื่นอีกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอีกเช่นกัน

สาเหตุที่ทำให้ลูกน้อย นอนหลับไม่สนิท 

▪️ใส่เสื้อผ้าหรือผ้าอ้อมไม่สบายตัว
▪️กำลังฝันร้ายและรู้สึกหวาดกลัวกับสภาพแวดล้อม
▪️คลื่นสมองของลูกมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

วิธีช่วยให้ลูกหลับสบาย

▪️เช็คดูผ้าอ้อมและเสื้อผ้าว่าระบายอากาศดีหรือเปล่า
▪️ใช้ผ้าห่อลูกให้เขารู้สึกปลอดภัย
▪️อุ้มกล่อมให้หลับต่อ
▪️ไม่ปลุกหรือเขย่าตัวให้ตื่นเพราะจะทำให้ลูกร้องหนักกว่าเดิม

 

 

ที่มา : huggies , Sanook , demux , babylove

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



CAR SEAT กับเด็กแต่ละช่วงอายุ
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
หน้าหนาวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเรื่องสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ อย่างโรคอุจจาระร่วง หลังพบว่าผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในปี 2563 มีผู้ป่วยรวมแล้ว 802,637 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาคือผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 25-34 ปี โดยโรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษหรือสารเคมี สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุและพบได้บ่อย คือ ไวรัสโรต้า (Rotavirus) และไวรัสโนโร (Norovirus) พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี  เชื้อดังกล่าวพบได้ในช่วงอากาศเย็น ผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยผู้ปกครองควรดูแลเรื่องอาหารของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งไวรัสนี้จะก่อให้เกิดอาการไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียติดต่อกัน 3-5 วัน เนื่องจากเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหารหรือเยื่อบุลำไส้บางลง ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารลดลง ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำจะมีอาการรุนแรง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะลดลง ร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ตาโหล เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้ช็อก หมดสติ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ใช้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือให้ลูกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร และภายหลังขับถ่ายหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และที่สำคัญ ทำความสะอาดของเล่นของลูกอยู่เสมอ อ้างอิงจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=16590&deptcode=brc&news_views=3623
18 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort