fbpx

อยากให้แม่จ๋ารู้ไว้ วัคซีนที่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปีต้องฉีด

Writer : Lalimay
: 30 ตุลาคม 2561

วัคซีนคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กๆ มากค่ะ เพราะจะเป็นการช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิตได้ โดยคุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด ซึ่งวัคซีนที่ลูกต้องฉีดมีเยอะมากกกก แถมยังต้องฉีดตามอายุอีกด้วย วันนี้เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ขวบ รวมไปถึงจำนวนครั้งที่ต้องฉีดวัคซีนชนิดนั้นๆ มาฝากค่ะ

แรกเกิด

วัคซีนจำเป็น

  • ป้องกันวัณโรค (BCG)
  • ตับอักเสบบี (HBV) อาจฉีดเข็มที่ 2 ตอนอายุ 1 เดือน

2 เดือน

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์-ตับอักเสบบี (DTwP-HB)
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV)

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (DTaP, Tdap)
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV)
  • ฮิบ (HIB)
  • นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรต้า (Rota) กินครั้งที่ 1

4 เดือน

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์-ตับอักเสบบี (DTwP-HB)
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV)
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV)

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (DTaP, Tdap)
  • ฮิบ (HIB)
  • นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรต้า (Rota) กินครั้งที่ 2

6 เดือน

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์-ตับอักเสบบี (DTwP-HB)
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (DTaP, Tdap)
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV)
  • ฮิบ (HIB)
  • นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • โรต้า (Rota) กินครั้งที่ 3

 

9 และ 12 เดือน

วัคซีนจำเป็น

  • หัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR)
  • ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น (Live JE)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)

วัคซีนเสริม

  • ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อตาย (Inactivated JE) ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4 สัปดาห์

18 เดือน

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ (DTwP)
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (DTaP, Tdap)
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV)
  • ฮิบ (HIB)
  • นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) ป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • อีสุกอีใส (VZV) หรือวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม อีสุกอีใส (MMRV)
  • ตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 1

2 – 2.5 ปี

วัคซีนจำเป็น

  • หัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR)
  • ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น (Live JE)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)

วัคซีนเสริม

  • ตับอักเสบเอ (HAV) เข็มที่ 2

4-6 ปี

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ (DTwP)
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV)

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (DTaP, Tdap)
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV)
  • อีสุกอีใส (VZV) หรือวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม อีสุกอีใส (MMRV)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีดทุกปี ปีละครั้ง)

11-12 ปี

วัคซีนจำเป็น

  • ป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีนเสริม

  • ไข้เลือดออก (DEN) 3 เข็ม ห่าง 6 และ 12 เดือน (ถ้าเคยติดเชื้อมาก่อน)
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) (ฉีดทุกปี ปีละครั้ง)

สรุปจำนวนครั้งในการฉีดวัคซีน

วัคซีนจำเป็น

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์-ตับอักเสบบี (DTwP-HB) : 5 ครั้ง
  • โปลิโอชนิดกิน (OPV) : 5 ครั้ง
  • หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) : 2 ครั้ง
  • ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น (Live JE) : 2 ครั้ง
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) : 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน ในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี จากนั้นฉีดปีละเข็ม
  • ป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) : 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีนเสริม

  • คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดทั้งเซลล์ (DTaP, Tdap) : 5 ครั้ง หลังอายุ 11-12 ปี ฉีดซ้ำทุก 10 ปี
  • โปลิโอชนิดฉีด (IPV) : 5 ครั้ง แต่ถ้าให้ฉีดแทยกินมาตลอด อาจให้เพียง 4 ครั้ง
  • ฮิบ (HIB) : เป็นวัคซีนแบบกิน 4 ครั้ง
  • ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อตาย (Inactivated JE) : 3 ครั้ง 2 เข็มแรกห่างกัน 4 สัปดาห์ ส่วนเข็มที่ 3 ห่าง 1 ปี
  • ตับอักเสบเอ (HAV) ชนิดเชื้อไม่มีชีวิต : 2 ครั้ง
  • อีสุกอีใส (VZV) หรือวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม อีสุกอีใส (MMRV) : 2 ครั้ง
  • นิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) : 4 ครั้ง
  • โรต้า (Rota) : 3 ครั้ง
  • ไข้เลือดออก (DEN) : 3 ครั้ง ห่าง 6 และ 12 เดือน (ถ้าเคยติดเชื้อมาก่อน)

ข้อมูลอ้างอิงจาก

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563