fbpx

คุณแม่ไม่สบาย ให้นมลูกได้หรือไม่ ?

Writer : Jicko
: 1 กรกฏาคม 2562

บางครั้งร่างกายของคุณแม่ๆ ก็เหนื่อยล้าจนล้มป่วยขึ้นมา เจ็บออดๆ แอดๆ แต่ก็ยังมีลูกน้อยที่ต้องดูแลและยังให้นมอยู่ จนบางครั้งก็ทำให้คุณแม่ๆ หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า หากเราไม่สบายแล้ว ต้องกินยา จะสามารถให้นมกับลูกได้ไหม จะเป็นอันตรายกับลูกหรือเปล่า  วันนี้ ParentsOne มีคำตอบมาให้คุณแม่ๆ กัน เพื่อให้หายข้อสงสัย ไปดูกันเลยค่ะ

ข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า แท้จริงแล้วกระบวนการผลิตน้ำนมของคุณแม่ๆ ถูกธรรมชาติรังสรรค์มาให้โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูงติดมาด้วย นั่นก็คือ น้ำนมของคุณแม่นั้นจะออกมาได้ต้องผ่านการกลั่นกรองจากผนังถึง 2 ชั้น คือ ผนังหลอดเลือดฝอย และผนังต่อมน้ำนม เมื่อคุณแม่กินยา ปริมาณยาจะผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ไม่ถึง 1% เท่านั้น

นอกจากนี้ ร่างกายของเด็กๆ เองก็มีระบบป้องกันพื้นฐาน เช่น น้ำลาย น้ำย่อย หรือเนื้อเยื้อคัดกรองต่างๆ ที่คอยสกัดกั้นยาไว้อีกระดับหนึ่ง ดังนั้นให้คุณแม่สบายใจได้เลยว่า หากวันใดเมื่อเราไม่สบาย เป็นหวัดขึ้นมา หรือเป็นแค่การเจ็บป่วยธรรมดา คุณแม่สามารถให้นมลูกได้นั้นเองค่ะ

 

หากคุณแม่เจ็บป่วยรุนแรงจนต้องรับยาล่ะ ?

ยาบางชนิดเท่านั้นที่เมื่อคุณแม่ๆ เกิดป่วยขึ้นมาและต้องได้รับยาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็ควรงดให้นมลูก แต่ถ้าจำเป็นต้องกินยาในระหว่างให้นมลูก มีวิธีปฏิบัติให้ถูกต้องและปลอดภัยดังนี้

ยาที่รับประทานได้

ยาที่ใช้รักษาโรคทั่วไป : เมื่อคุณแม่ๆ ไม่สบายยาที่สามารถรับประทานได้ เช่น ยาลดไข้ แก้ปวด ยาลดน้ำมูก ยาแก้คัดจมูก วิตามิน และยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับคุณแม่และลูกที่กินนมแม่อยู่ แต่ยกเว้นยาปฏิชีวนะชื่อ ” เตตร้าซัยคลิน ” ซึ่งจะมีผลทำให้ฟันของทารกเปลี่ยนสี เป็นสีเทาจุดๆ นั้นเองค่ะ

ยาที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง : เช่น อินซูลิน (ยารักษาโรคเบาหวาน) จะไม่ขับออกมาทางน้ำนม หรือยาที่ใช้ป้องกันการแข็งตัวของเลือดชื่อ ” วอร์ฟาริน ” จะจับตัวกับโปรตีนในกระแสเลือด จึงไม่ถูกขับมาทางน้ำนมของคุณแม่ๆ เช่นเดียวกันค่ะ

ยาที่ใช้รักษาอาการเจ็บปวด : เช่น ยาปฏิชีวนะ และยาลดไข้แก้ปวด ไม่มีผลต่อการให้นมลูกเลย แต่ยังไงก็ต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์ทุกครั้งนะคะ และต้องบอกคุณหมอเสมอว่ากำลังให้นมลูกอยู่ คุณหมอจะได้พิจารณนาเลือกใช้ตัวยาที่ถูกขับออกมาทางน้ำนมได้น้อยนั้นเองค่ะ

ยาที่กินแล้ว ต้องงดให้นม

  • ยารักษาโรคซึมเศร้า เช่น ยาโปรแซค ซึ่งจะทำให้ทารกซึม หรือ ลิเธียม ซึ่งจะถูกขับออกมาทางน้ำนมถึง 1/2 หรือ 1/3 ของระดับยาในกระแสเลือด หากลูกได้รับยาเป็นระยะเวลานานอาจะมีผลต่อระบบประสาทได้นั้นเองค่ะ
  • ยาต้านมะเร็ง และยากดภูมิคุ้มกันอื่นๆ เช่น ไซโคลฟอสฟาไมด์ หรือไซโคลสปอริน ยาเหล่านี้จะฆ่าเซลล์มะเร็ง อาจจะเป็นอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายของลูกได้
  • เออร์โกทามีน เป็นยารักษาโรคปวดไมเกรน ทำให้ทารกท้องเสีย อาเจียน และชักได้
  • อะทีนอล เป็นยาลดความดันโลหิตและป้องกันไมเกรน ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของทารกช้าลง ต้องระวังให้มากๆ โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือไตทำงานผิดปกติ
  • การรักษาโรคด้วยสารกัมมันตรังสีต่างๆ เช่น ไอโอดีน 131
  • โบรโมคริปทีน เป็นยายั้บยั้งฮอร์โมนโปรแล็กติน ทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมน้อยลงนั้นเองค่ะ

 

ข้อควรระวังในการใช้ยา

ถึงแม้ว่ายาจะผ่านเข้าสู่ร่างกายของลูกได้ในปริมาณที่น้อยมาก แต่ถ้าทำได้ คุณแม่ๆ ก็ควรเลือกยาด้วยความระมัดระวังจะดีกว่านะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่า ข้อควรระวังในการใช้ยาของคุณแม่มีอะไรบ้าง

 

  • หากคุณแม่เป็นหวัด คัดจมูก

ควรบรรเทาอาการด้วยตัวเองก่อน อย่างเช่น รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง ดื่มน้ำให้มากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งในขณะที่ให้นมลูกได้ตามปกติเช่นเดิมนั้นเองค่ะ

 

  • ควรแจ้งให้คุณหมอทราบว่ากำลังให้นมลูกอยู่

ถ้าคุณแม่ๆ ต้องไปพบคุณหมอ ควรจะแจ้งให้คุณหมอทราบว่ากำลังให้นมลูกอยู่ และอาจจะสอบถามคุณหมออีกครั้งว่าไม่สบายให้นมลูกได้หรือไม่ เพื่อให้คุณหมอยืนยันคำตอบที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อคุณหมอจะได้จัดยาที่มีผลต่อการให้นมน้อยที่สุด นั้นเองค่ะ

 

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ อย่างเคร่งครัด

ยาบางตัวจำเป็นต้องกินติดต่อกันจนหมด บางตัวต้องกินหลังอาหาร ในระหว่างนั้นก็ควรสังเกตอาการของลูกด้วยว่าผิดปกติหรือไม่นั้นเองค่ะ

 

  • กินยาหลังจากให้ลูกกินนมเสร็จ หรือเลือกช่วงเวลาที่ลูกหลับนานที่สุด

เพราะปกติยาจะมีปริมาณสูงสุดในกระแสเลือดหลังจากกินไปแล้วประมาณ 1-3 ชั่วโมง ฉะนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่ไม่ต้องให้นมลูกหรือช่วงเวลาที่ลูกนอนหลับนานที่สุด เพื่อลดโอกาสที่ยาจะผ่านน้ำนมไปสู่ลูกนั้นเองค่ะ

 

  • ดื่มน้ำ

คุณแม่ๆ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยขับยาออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่เมื่อกินยาแล้ว ยาจะผ่านน้ำนมไปสู่ลูกด้วยนั้นเองค่ะ

 

  • ใช้ยาทาภายนอกแทนยากิน

หากมีอาการข้ออักเสบ เคล็ด ขัดยอก หรือพกช้ำ คุณแม่ๆ ควรใช้ยาทาภายนอกแทนยากินจะดีกว่าค่ะ

 

  • บีมหรือปั๊มน้ำนมเก็บแช่แข็งไว้ให้ลูกล่วงหน้า

หากต้องใช้ยาที่ห้ามใช้ในขณะที่ต้องให้นมลูกอยู่ คุณแม่ๆ ควรจะบีมหรือปั๊มน้ำนมเก็บแช่แข็งไว้ให้ลูกล่วงหน้า ให้พอดีกับช่วงเวลาที่รักษา และระหว่างที่ต้องกินยาพร้อมกับหยุดให้นมชั่วคราว ควรบีมหรือปั๊มน้ำนมในขณะนั้นทิ้งก่อน เพื่อให้เต้านมยังคงผลิตน้ำนมต่อไปค่ะ

 

  • หยุดให้น้ำนมก่อนชั่วคราว

หากจำเป็นต้องรักษาในระยะยาว ลองปรึษากับคุณหมอว่าจะหยุดให้นมแม่ชั่วคราวก่อนเพื่อรักษา แล้วค่อยกลับมาให้นมลูกอีกครั้ง หรือเลื่อนการรักษาไปก่อนแล้วรอให้ลูกหย่านม (ในกรณีที่สามารถเลื่อนการรักษาได้)

สรุปสั้นๆ ก็คือ การให้นมลูกขณะที่คุณแม่ๆ กำลังป่วยอยู่และทานยาไปด้วย ไม่เป็นอันตรายกับลูกแต่อย่างใด แต่หากป่วยร้ายแรงจริงๆ คุณแม่ๆ ควรจะใช้ยาให้น้อยที่สุด และควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดทุกครั้งนั้นเองค่ะ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของเรานะคะคุณแม่ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Enfababy , women.kapook

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



จะรู้ได้ยังไง ว่าลูกเป็น “สมาธิสั้น”
เตรียมตัวเป็นแม่
มีบุตรยาก แก้ไขอย่างไรได้บ้าง
ข้อมูลทางแพทย์
แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี
ข้อมูลทางแพทย์
วิธีการสอนให้ลูกรับมือกับความผิดหวัง
เตรียมตัวเป็นแม่
Update