fbpx

5 ปัญหาลำไส้ของเด็กแรกเกิด ที่พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกต

Writer : OttChan
: 24 ธันวาคม 2562

เด็กแรกเกิดนั้นบอบบางและป่วยง่ายกว่าเกินกว่าจะที่คาดเดาได้ บางครั้งอาการท้องเสียหรือท้องผูกที่ผู้ใหญ่ขึ้นว่าเป็นเรื่องแสนธรรมดา แต่สำหรับเจ้าตัวน้อยที่พึ่งลืมตามาดูโลกได้ไม่นานนั้น มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่จนไม่สามารถมองข้ามได้เลยแม้แต่น้อย

วันนี้เราจะพามารู้จักกับโรคทั้ง 5 ที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของลำไส้ในลูกน้อยที่อายุไม่เกินขวบกัน!

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตอาการของเขาและช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธีค่ะ

ท้องผูก

เป็นอาการพื้นฐานที่ต้องพบเจอในช่วงแรกเกิดคือลูกไม่ยอมถ่ายซึ่งสาเหตุของอาการท้องผูกนั้นเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ

  1. อุจจาระแข็งเบ่งยากจนทำให้ลูกน้อยรู้สึกเจ็บตรงทวาร สุดท้ายก็เลือกที่จะกลั้นไว้ไม่ยอมถ่ายออกจนทำให้เกิดปัญหาลำไส้ในที่สุด
  2. ปมประสาทของลำไส้ไม่ทำงานทำให้ไม่มีการบีบตัว จึงไม่สามารถขับถ่ายของเสียออกมาได้
อาการท้องผูกที่สังเกตได้ของลูก
  • เกร็งขา, ไขว่ขาไว้
  • ไม่ค่อยยอมกินอะไร
  • ท้องแข็ง
  • มีเลือดปะปนออกมาตอนอุจจาระ
วิธีการดูแล, การรักษา
  • ในกรณีที่ลูกอายุไม่ถึง 6 เดือน ต้องปรับพฤติกรรมการทานของคุณแม่เพราะลูกยังได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว จึงควรเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกในช่วงการให้นมลูก
  • เมื่ออายุเกิน 6 เดือนสามารถรับประทานอาหารชนิดอื่นร่วมได้ ให้ทานผลไม้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีกากใยในการช่วยขับถ่าย,รึอาจผสมน้ำผลไม้ลงในน้ำนมเช่นน้ำแอปเปิ้ลหรือลูกแพร
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น
  • แต่หากปัญหาเกินมาจากความผิดปกติของลำไส้ ควรรีบนำพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อหาทางแก้ไขที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อลูกน้อย

 

ลำไส้อักเสบ 

อาการนี้มักเกิดการมีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างหนัก ถ่ายติดต่อกันหรืออาจเกิดจากการที่อาหารเป็นพิษ ซึ่งลักษณะที่ทำให้สังเกตได้ว่า ลูกน้อยมีอาการติดเชื้อหรืออาหารเป็นพิษ

  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำติดต่อกัน, อาจมีเลือดปะปน
  • คลื่นไส้, อาเจียน
  • มีไข้, น้ำมูกไหล
  • ปากแตกปากแห้ง, ขาดน้ำ
  • ซึม, ตัวเย็น
วิธีการดูแล, การรักษา
  • จิบน้ำให้มากเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย
  • หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ในการเลี้ยงลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นขวดนม, ภาชนะใส่อาหารรึแม้แต่ของเล่นที่ลูกชอบเอาเข้าปาก
  • ล้างมือก่อนสัมผัสหรือให้นมลูกทุกครั้ง
  • รีบพาพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อรับการดูแลที่ถูกต้อง

 

ลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรตีน 

บางครั้งกว่าเราจะรู้ว่าลูกนั้นแพ้อะไรก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ซึ่งอาการลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรีตนเองนั้นก็เป็นอีกหนึ่งในอาการที่ต้องจับสังเกตให้ดีเพราะสาเหตุนั้นแตกต่างกับการอักเสบแม้จะมีการถ่ายเหลวหรือถ่ายติดเลือดมีมูกเหมือนแบบปกติก็ตาม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลำไส้อักเสบนั้นเกิดจาก

  • กระเพาะไม่สามารถย่อยโปรตีนบางชนิดได้เช่น นม, ถั่ว
วิธีการดูแล, การรักษา
  • ตรวจให้พบว่าลูกมีอาการแพ้โปรตีนชนิดใดและงดบริโภค
  • หากแพ้โปรตีนเกือบทุกชนิด ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษา

 

ลำไส้กลืนกัน

เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่เสี่ยงพบได้มากในเด็กแรกเกิด ซึ่งสามารถเกิดจากความผิดปกติที่ต่อมน้ำเหลืองตรงปลายล้ำไส้เล็กนั้นใหญ่กว่าที่ควรจึงทำให้เกิดการมุดตัวของลำไส้ในที่สุด

อาการของเด็กที่ลำไส้กลืนกันมีดังนี้
  • มีอาการปวดท้อง, กระสับกระส่าย
  • ร้องไห้เพราะปวดท้องเป็นพักๆ สังเกตว่าเวลาร้องขาทั้งสองจะชันเข่าขึ้นมา
  • อุจจาระสีคล้ำเลือดและมีเมือก
  • อาเจียน, อาจมีน้ำดีปะปนออกมาจนเป็นสีเหลือง
  • อาจซึมหรือเกิดอาการชัก
วิธีการดูแล, การรักษา
  • นำพบแพทย์เพื่อทำการสวนลำไส้ใหญ่
  • ในกรณีที่ลำไส้ขาดหรือเน่าแล้วอาจต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำส่วนนั้นทิ้งไป

 

ลำไส้สั้น

เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้แต่เกิดเช่น เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ทันจนบางครั้งแพทย์ก็จำต้องตัดลำไส้ออก, ลำไส้ตีบจนไม่สามารถดูดซึมอาหารได้จึงจำต้องตัดทิ้ง

อาการของเด็กที่มีลำไส้สั้น

  • ตัวแคระแกรน, ไม่โต
  • ถ่ายเหลวมีแต่น้ำ

วิธีการดูแล, การรักษา

  • หากลำไส้นั้นไม่สั้นมาก ยังสามารถรับสารอาหารทางปากและกระเพาะอาหารโดยตรง
  • หากสั้นมากจำต้องให้สารอาหารทางเส้นเลือดเพื่อให้ร่างกายได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่
  • ทำการปลูกลำไส้ให้ในกรณีที่สั้นจนไม่สามารถรับสารอาหารทางใดได้เลย

 

ที่มา : rakluke , phyathai, pobpadbangkokhospital

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยแรกเกิด เด็กวัยแรกเกิด
23 กันยายน 2562
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort