fbpx

NEWS: พ่อแม่เฝ้าระวังให้ดี ไวรัส RSV ระบาดหนัก หากมีอาการหยุดเรียนทันที

Writer : Lalimay
: 9 พฤศจิกายน 2563

ในขณะนี้เชื้อไวรัส RSV ได้ระบาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ดังนั้นพ่อแม่และคุณครูจึงควรต้องเฝ้าระวังออย่างใกล้ชิด หากพบว่าเด็กมีอาการไม่สบาย ควรหยุดไปโรงเรียนทันที

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เชื้อไวรัส RSV สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผ่านทางการสัมผัสมือ จึงควรมีการตรวจคัดกรองเด็กทุกวัน หากพบเด็กมีน้ำมูก ไอ จาม หรือมีอาการสงสัยเป็นโรคไวรัส RSV ให้หยุดเรียน หากไม่มีการเฝ้าระวังอาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคได้

ซึ่งโรงเรียนและพ่อแม่สามารถดูแลและป้องกันได้ด้วยหลัก 3 ร. คือ

  1. รักษาความสะอาดสถานที่ บ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เน้นล้างทำความสะอาดสถานที่ ห้องน้ำ ห้องส้วม ของใช้ ของเล่น ภาชนะที่เด็กใช้ร่วมกัน 
  2. รักษาสุขอนามัย หมั่นล้างมือก่อนและหลังกินอาหารและหลังขับถ่าย ด้วยสบู่และน้ำ รวมทั้งควรจัดเตรียมเครื่องใช้ของเด็กแยกเป็นรายบุคคลไม่ให้ใช้ร่วมกัน 
  3. ระวัง ไข้สูง ไอ มีเสมหะจำนวนมาก หายใจเหนื่อยหอบ หรือรุนแรงถึงขั้นตัวเขียว หากพบเด็กมีอาการดังกล่าวให้รีบพาพบแพทย์ทันที 

โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัส RSV การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด ให้ลูกสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงไปในที่แออัด และหมั่นล้างมือเป็นประจำ

อ้างอิงจาก

https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=15518&deptcode=brc&news_views=1772

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama