fbpx

รักหลอกจึงไม่ควรหยอกเล่น กับความรู้สึกของเด็กที่ถูกแกล้ง

Writer : OttChan
: 3 กันยายน 2562

รักหลอกจึงหยอกเล่นเป็นค่านิยมที่ผู้ใหญ่หลายๆคนชอบใช้พูดยามแกล้งให้เด็กต้องร้องไห้

แต่ใครจะรู้ว่าการหยอกเล่นหรือกลั่นแกล้งของผู้ใหญ่นั้นจะเป็นปัญหาใกล้ตัวกว่าที่คิด

ไม่ใช่เพียงพ่อแม่แต่ผู้ใหญ่ในบ้านหลายคนมักจะรู้สึกเอ็นดูหรืออยากหาวิธีเล่นกับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาซื้อขนมหรือของเล่นเพื่อหาหัวข้อมาชวนพูดชวนคุยและอีกอย่างที่มักถูกเลือกเป็นตัวเลือกในการเข้าหา คือการหยอกการแกล้ง บางครั้งพี่ป้าน้าอามักจะรู้สึกตลกขบขันหรือมันเขี้ยวเวลาเจ้าตัวเล็กของบ้านแสดงอารมณ์มากๆ ออกมาเพราะดูแล้วรู้สึกเป็นเรื่องสนุกสนาน ยิ่งเห็นมีปฏิกริยาแสนไร้เดียงสาก็ยิ่งอยากให้มีอาการที่หนักข้อขึ้น

ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กอีกหลายข้อตามมา

และการหยอกการแกล้งนี้ส่งผลอย่างไรบ้างหากปล่อยเรื้อรังไว้

มาดูกันเลยค่ะ

เกิดความรู้สึกวิตกกังวล, ขี้ระแวงไม่ไว้ใจใคร

หากเด็กถูกแกล้งทางกาย อาทิโดนหยิบขนมไป โดนเอาของเล่นไปจนต้องร้องไห้กระจองอแง แดดิ้นกับพื้นจนเหนื่อยแล้วถึงยอมคืนแต่คนแกล้งก็ยังคงหัวเราะเยาะ จะทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาถูกทำให้กลายเป็นตัวตลก ส่งผลให้กลายเป็นคนมองโลกแง่ร้าย ไม่เชื่อใจใครแม้แต่คนในบ้านเพราะเขาจะจดจำมาตั้งแต่วัยเด็กว่าถูกคนรอบข้างกลั่นแกล้งมาก่อน ทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลตลอดเวลาที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่าและความหมาย

บ่อยครั้งที่การหยอกของผู้ใหญ่ชอบบอกจะพ่อแม่ไม่รักแล้ว “โดนเก็บมาเลี้ยง” “พ่อแม่รักคนนั้นคนนี้มากกว่า” “ทำไมอ้วนแบบนี้” “โตไปไม่สวยแน่ๆ” “ขี้เหร่มาก” อาจมองเป็นคำขำๆ ที่แซวเอาสนุก แต่คนที่ได้รับสารนั้นไม่ได้รู้สึกเป็นเรื่องสนุกได้ เพราะเด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนจริง สิ่งไหนหลอก การรับสารมามากๆว่าเขาไม่ใช่คนที่ถูกรัก ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เป็นเด็กที่หน้าตาน่าเกลียด ก่อให้เกิดปมในใจและสุดท้ายเขาจะเชื่อว่า เรื่องเหล่านั้นคือความจริงจนกลายเป็นเด็กที่กีดกันตัวตนออกจากครอบครัวในที่สุด

ชินชากับการกลั่นแกล้งและสุดท้ายก็กลายเป็นผู้กลั่นแกล้งซะเอง

หากเด็กไม่มีอาการหวาดวิตกหรือไม่ชอบใจแต่เกิดการเรียนรู้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ สิ่งนี้ก็อันตรายเช่นกันเพราะปัญหารนั้นไม่ต่างกับการที่ครอบครัวใช้ความรุนแรงและส่งผลให้เด็กกลายเป็นคนก้าวร้าวในสังคม เมื่อเขาเรียนรู้ว่าการแกล้งคือเรื่องธรรมดาที่สามารถได้ ก็อาจติดนิสัยไปใช้กับบุคคลภายนอกทั้งเพื่อนและอาจารย์ และหากไม่มีใครห้ามจนการแกล้งหนักข้อขึ้น มันคงกลายเป็นความรุนแรงในที่สุดเมื่อเริ่มมีการทำร้ายร่างกายหรือพูดจาด้วยคำหยาบคาย

สุดท้ายเด็กน้อยที่น่ารักของเราก็จะกลายเป็นเด็กมีปัญหาไปในที่สุด

วิธีการหยอกเล่นที่ถูกวิธี

แน่นอนว่าจะอย่างไรเราก็ยังคงรักและอยากเล่นกับลูกกับหลาน หากแตะต้องไม่ได้เลยก็คงจะรู้สึกอึดอัดไม่ใช่น้อย มาดูกันไปทีละข้อนะคะว่าควรทำอย่างไรบ้าง

  • ชวนพูดคุยเรื่องที่สนใจหรือสนุกสนานแทนการวิจารณ์รูปร่างหน้าตาและความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดหัวข้อสนทนาที่สร้างสรรค์กับเด็ก
  • ไม่หยิบหรือดึงของออกจากมือลูกหรือหลานแต่ใช้วิธีขอดู,ขอจับแทนเพื่อให้เด็กรู้จักที่จะมีน้ำใจแบ่งปัน
  • วางตัวให้เหมาะสมกับการเป็นผู้ใหญ่ หากพบเห็นว่ามีญาติผู้ใหญ่คนอื่นในบ้านมีการแกล้งรุนแรงหรือพูดวาจาไม่ดี ให้เตือนกันเองว่าไม่ควร
  • คอยชมและคอยบอกเสมอว่าเขาเป็นลูก, หลานที่รักและเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอเพื่อสร้างความรักความผูกพันระหว่างผู้ใหญ่และเด็กให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ที่มา : happymom.life, haijai

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562