fbpx

NEWS: กรมอนามัยเผย เด็กไทยมีภาวะเตี้ย แนะดื่มนมจืด กระโดด นอนหลับ

Writer : Lalimay
: 6 มิถุนายน 2562

จากการสำรวจของ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2562 พบเด็กวัยเรียน 6-14 ปี มีภาวะเตี้ยถึงร้อยละ 8.8 เพราะเด็กไทยดื่มนมวันละ 2 กล่องได้ประมาณ 70% ส่วนที่เลย 12 ปีไปแล้วดื่มนมน้อยลง ส่วนหนึ่งอาจมาจากที่ไม่มีนมโรงเรียนแจกฟรีแล้ว ดังนั้น จะต้องส่งเสริมให้เด็กเห็นความสำคัญของการดื่มนมเพื่อให้เกิดการดื่มนมอย่างต่อเนื่อง

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีความสูงเพิ่มขึ้นมี 4 เรื่อง คือ

1.การดื่มนมโคสด ซึ่งมีทั้งโปรตีนและแคลเซียมที่มีความสำคัญในการสร้างกระดูก โดยควรดื่มวันละ 2 กล่องหรือ 2 แก้วทุกวัน

2.การรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง เพื่อรับโปรตีนอย่างเพียงพอ

3.การกระโดดโลดเต้น การเคลื่อนไหวร่างกาย 60 นาทีทุกวัน เพื่อให้เกิดแรงกระแทกและการยืดเหยียด จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูกและทำให้สูงเพิ่มขึ้น

4.การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ 9-11 ชั่วโมง ร่างกายจะหลั่งโกรว์ธฮอร์โมน (Growth Hormone) ตอนนอนหลับที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต ซึ่งต้องอาศัยทั้ง 4 ปัจจัยร่วมกันและอยู่ภายใต้การรับประทานอาหารมื้อหลักครบ 5 หมู่

นอกจากนี้การดื่มนมควรจะเป็นนมโคสดแท้รสจืด เพราะหากมีการเติมรสชาติลงไป เท่ากับน้ำนมโคจะลดลง การดื่ม 1 กล่องก็จะได้ไม่ครบกล่อง ซ้ำยังได้รับน้ำตาลเพิ่มจนส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย การฝึกให้ลูกดื่มนมรสจืดจึงสำคัญ และไม่ควรตามใจให้ไปดื่มนมเปรี้ยวแทน ก็จะยิ่งติดรสและแก้ไขได้ยาก

ทั้งนี้ การส่งเสริมการดื่มนมเพื่อให้เด็กสูง ควรเริ่มตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เพราะหากแม่ตั้งครรภ์ดื่มนมประจำ 2 แก้วทุกวัน จะช่วยให้เด็กตัวยาวตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงถือว่ามีต้นทุนที่ดีกว่า และไม่ต้องกังวลว่าการดื่มนมช่วงตั้งครรภ์จะทำให้ลูกเกิดการแพ้นมวัว เพราะการแพ้เป็นกลุ่มเฉพาะบุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงในการแพ้อยู่แล้ว และถ่ายทอดไปยังลูกได้

อ้างอิงจาก

khaosod.co.th/

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562