fbpx

NEWS: ค้นพบวัคซีนเลียนแบบภูมิต้านทานลามา ช่วยป้องกันไข้หวัดทุกสายพันธ์ุได้

Writer : Lalimay
: 7 พฤศจิกายน 2561

ลามาหรือที่เราคุ้นปากกันว่าตัวลามะ นอกจากความน่ารักสุดๆ ของมันแล้ว ในเลือดของมันยังมีความพิเศษที่สามารถต้านทานไข้หวัดทุกสายพันธุ์ได้อีกด้วย

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยสคริปส์ (Scripps Research Institute) ในสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร Science ไว้ว่ามีการพบคุณสมบัติพิเศษในแอนติบอดีที่มีอยู่ในเลือดของลามาที่มีขนาดเล็กกว่าที่พบในมนุษย์และสัตว์ชนิดอื่นจำนวนมาก ทำให้จับเชื้อโรคได้หลากหลายชนิดรวมไปถึงสามารถหยุดยั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ทุกสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์เอ สายพันธุ์บีและสายพันธุ์กลายพันธุ์อื่นๆ

มีการทดลองให้ตัวลามาติดเชื้อไข้หวัดหลากหลายชนิด เพื่อให้ร่างกายของมันสร้างแอนติบอดีที่เป็นสารภูมิต้านทานขึ้นมา จากนั้นได้คัดเลือกแอนติบอดีในเลือดลามาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 4 ชนิด และนำไปเป็นต้นแบบในการสังเคราะห์วัคซีนซึ่งผสมผสานข้อดีของแอนติบอดีแต่ละตัวเข้าด้วยกัน

จากนั้นได้นำวัคซีนนี้มาทดสอบกับหนูทดลองที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เป็นอันตรายถึง 60 สายพันธุ์ พบว่าวัคซีนใช้ได้ผลในเกือบทุกกรณี เว้นแต่กับเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่งซึ่งไม่ติดต่อสู่คนอยู่แล้ว โดยการทดลองนี้เป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้น ยังคงต้องมีการวิจัยอีกหลายครั้ง แต่อย่างน้อยเราก็ได้ค้นพบวิธีใหม่ๆ ที่จะเอาชนะไข้หวัดต่างๆ ได้

อ้างอิงจาก

bbc.com

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563