fbpx

NEWS: น่าเป็นห่วง “บูลลี่”ในไทยเป็นอันดับ 2 ของโลก เด็ก 91% เคยถูกบูลลี่

Writer : Lalimay
: 13 มกราคม 2563

จากการสำรวจของเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง “บลูลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรง ในสถานศึกษา” ในกลุ่มเด็ก อายุ10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน พบว่า 91.79% เคยถูกบูลลี่ ส่วนวิธีที่ใช้บูลลี่ คือ การตบหัว 62.07% รองลงมา ล้อบุพการี 43.57% พูดจาเหยียดหยาม 41.78% และอื่นๆ เช่น นินทา ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย พูดเชิงให้ร้าย เสียดสี กลั่นแกล้งในสื่อออนไลน์  

นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือ 35.33% ระบุว่า เคยถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง ที่น่าห่วงคือ 1 ใน 4 หรือ 24.86% ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ3-4ครั้ง ส่วนคนที่แกล้งคือ เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง

ในปัจจุบันด้วยเทคโนลียีที่เปลี่ยนไปทำให้รูปแบบของการบูลลี่ เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น แชร์การล้อเลียนอย่างรวดเร็ว ทำให้การถูกกลั่นแกล้งไม่ได้อยู่แค่ภายในโรงเรียน จนส่งผลให้เด็กที่ถูกบูลลี่เลือกใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันตนเองอีกด้วย

ทั้งนี้จากงานวิจัยของกรมสุขภาพจิตพบว่าการใช้ความรุนแรง  การข่มเหงรังแกกันหรือการบูลลี่ในประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่าการบูลลี่ในไทยมีระดับความถี่ที่รุนแรง 

นอกจากนี้ยังพบว่า อายุเด็กที่ถูกบูลลี่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ จากงานวิจัยยังพบอีกว่าเด็กที่รังแกคนอื่น มีพื้นฐานด้านการขาดอำนาจบางอย่างในวัยเด็ก ถูกการเลี้ยงดูเชิงลบ รวมถึงพันธุกรรมทางสมอง จนนำไปสู่การรังแกกลั่นแกล้งคนอื่นในวัยที่โตขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความเคยชิน ทำได้แนบเนียนและรุนแรงขึ้น ส่วนเด็กที่ถูกบูลลี่ จะมีอาการซึมเศร้า ไม่อยากไปโรงเรียน ในบางรายอาจถึงขึ้น คิดสั้น

ดังนั้นสังคมไทยต้องเลิกมองเรื่องบูลลี่ กลั่นแกล้งกัน เป็นเรื่องเด็กๆ ปกติธรรมดาแล้วปล่อยผ่าน  ต้องให้ความสำคัญและทำให้ทุกคนเข้าใจอย่างถูกต้อง เร่งปลูกฝังให้เด็กๆ เคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย การให้เกียรติกัน ทั้งในระดับครอบครัวและในสถานศึกษา 

อ้างอิงจาก

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/861433

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
วัคซีนเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนจำเป็นต้องไปฉีด ยิ่งในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ จำเป็นที่จะต้องไปฉีดให้ครบตามที่กำหนด เพราะมีวัคซีนที่จำเป็นหลายตัวมากๆ ค่ะ หากฉีดไม่ครบก็อาจจะทำให้เกิดโรคที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้เลย ซึ่งวัคซีนที่ลูกต้องฉีดนั้นมีเยอะมากๆๆๆ วันนี้เราจึงอัปเดตวัคซีนในปี 2564 ที่เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 12 ขวบต้องฉีดมาฝากค่ะ จะได้ดูกันง่ายๆ ตามช่วงอายุเลย ซึ่งในปี 2564 มีอัปเดตเพิ่มมาตรงที่ลูกจะต้องฉีดวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR2) ครั้งที่สองเร็วขึ้น คือฉีดตอนอายุ 18 เดือน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคหัดค่ะ สำหรับในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบนี้ คุณพ่อคุณแม่คงไม่อยากพาลูกออกจากบ้าน จึงอาจมีคำถามว่าสามารถเลื่อนฉีดวัคซีนออกไปได้ไหม คำตอบคือ สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบควรต้องไปฉีดนะคะ ก็ต้องพยายามดูแลความปลอดภัยนิดนึง ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย แต่ให้อุ้มลูกเข้าหาตัว ให้ใบหน้าของลูกซุกอยู่ตรงอกเรา แล้วใช้ผ้าคลุมไว้ หรือให้ลูกนั่งรถเข็นที่มีผ้าคลุมก็จะช่วยได้ในระดับนึงค่ะ ส่วนเด็กที่อายุเกิน 1 ขวบ สามารถเลื่อนฉีดวัคซีนได้ไม่เกิน 1 เดือนค่า (more…)
19 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort