fbpx

6 ข้อควรระวัง เมื่อตั้งครรภ์ลูกแฝด

Writer : nunzmoko
: 7 พฤษภาคม 2562

ปัจจุบันการแพทย์มีความเจริญก้าวหน้าไปมาก คุณแม่ที่มีลูกยากก็มักอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์โดยการผสมเทียม ทำเด็กหลอดแก้ว การใส่ตัวอ่อน ฯลฯ มาช่วยรักษาภาวะการมีบุตรยาก ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้น เพราะจะมีการตกไข่ได้ครั้งละหลายๆ ใบ คุณแม่ยุคใหม่จึงมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์แฝดสูงมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ลูกๆ ที่น่ารักถึง 2 คนในการตั้งครรภ์เพียงครั้งเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่เพราะคุณแม่ต้องรับบทหนัก มีความลำบากในการอุ้มท้อง ไปดูกันว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้างสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด

1. แพ้ท้องรุนแรงกว่าครรภ์ปกติ

คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติ ทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากกว่าคนท้องทั่วไป ทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยและเพลียมาก

2. มีโอกาสเลือดจางมากขึ้น

ลูกแฝดในครรภ์จะดึงเอาธาตุเหล็กจากคุณแม่ไปใช้มากขึ้นยกกำลังสอง เพื่อสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้คุณแม่มีโอกาสเกิดเลือดจางได้สูงขึ้น ร่างกายจึงมีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว ดังนั้นเรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์แฝดควรใส่ใจเป็นพิเศษ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเน้นอาหารที่อุดมด้วยกรดโฟลิก ธาตุเหล็ก และแคลเซียม

3. เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง

ครรภ์แฝดสามารถส่งผลให้มีความดันโลหิตสูงขึ้นได้ง่าย และหากภาวะนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมีโปรตีนในปัสสาวะก็จะยิ่งเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่นๆ กับแม่และเด็กตามมา ในการฝากครรภ์ สูติแพทย์จึงต้องตรวจเช็คโปรตีนในปัสสาวะและระดับความดันโลหิตให้อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษนี้

4. ระมัดระวังอุบัติเหตุ

เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์มากขึ้น ท้องจะขยายมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยวมาก จึงทำให้คุณแม่เคลื่อนไหวได้ลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น ลื่น หกล้ม ฯลฯ คุณแม่ควรระมัดระวังให้มากและงดการทำงานที่หนักและเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป เพราะการทำงานหนักเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

5. ระวังการมีเพศสัมพันธ์

คุณแม่ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ ในช่วง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งบุตร และในช่วงเดือนที่ 7-8 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งท้องของคุณแม่จะใหญ่มาก ก็ควรงดมีเพศสัมพันธ์เช่นกัน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้คุณแม่คลอดก่อนกำหนดได้ ในระหว่างการตั้งครรภ์ถ้าไม่มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามที่กล่าวมา คุณแม่ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ตั้งครรภ์ตอน 4-5 เดือนได้ แต่หากมีเลือดออกทางช่องคลอดหรือมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ก็ต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ไปเลยค่ะ

6. คลอดก่อนกำหนด

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและยิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ลูกแฝด เด็กที่คลอดก่อนกำหนดมักมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติและอาจมีอวัยวะที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เกิดความผิดปกติร้ายแรงเกี่ยวกับปอด สมอง หัวใจ และการมองเห็น นอกจากนั้นยังอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ต้องรีบไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านในทันที (หรือที่สะดวกต่อการเดินทาง) และตรวจเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และค้นหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และคุณแม่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สุขภาพที่แข็งแรงของคุณแม่จะช่วยให้รับมือกับครรภ์แฝดและภาวะแทรกซ้อนที่อาจต้องเผชิญได้อย่างดีขึ้น โดยแนะนำให้ปฎิบัติตัวดังนี้ค่ะ

  • ไปพบแพทย์ตามนัดหมายการฝากครรภ์ทุกครั้ง
  • ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น ว่ายน้ำ เล่นโยคะ
  • ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนการใช้ยา วิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพรใดๆ
  • พักผ่อนให้มาก
  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ และที่สำคัญคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรเครียดทำจิตใจให้สบายพร้อมต้อนรับลูกน้อยที่น่ารักทั้งสองคนค่ะ

ที่มา – medthai , pobpad

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



สิทธิประโยชน์ “ฝากครรภ์ฟรี” ปี 60
ข้อมูลทางแพทย์
8 ข้อกังวลของแม่ตั้งครรภ์
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562