fbpx

วิธีดูแลตัวเองของแม่ท้องวัย 30+

Writer : nunzmoko
: 21 พฤษภาคม 2561

ด้วยแนวโน้มในปัจจุบันที่ผู้หญิงมักแต่งงาน และมีลูกในวัย30 ปีขึ้นไป ทำให้หลายคนต้องประสบกับภาวะมีบุตรยาก รวมถึงความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ เนื่องมาจากภาวะการตกไข่ที่ลดน้อยลงโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 35 ปีขึ้นไปซึ่งถือกันว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องการมีบุตร โดยพบว่าผู้หญิงจำนวนถึงหนึ่งในสามของกลุ่มนี้ มีปัญหาการมีบุตรยาก ขณะที่ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น วันนี้มีคำแนะนำให้ว่าที่คุณแม่ปฎิบัติตามดังนี้ค่ะ

ภาวะความเสี่ยง และโรคแทรกซ้อน

นอกเหนือจากการตั้งครรภ์ยากแล้ว ว่าที่คุณแม่ยังต้องระวังความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ดังต่อไปนี้

  • โรคเบาหวานและภาวะความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในรายที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษมักเกิดขึ้นในกรณีที่มารดาตรวจพบโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
  • การแท้งบุตร โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก มักมีความเสี่ยงต่อการแท้ง
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารก (ดาวน์ซินโดรม) ความเสี่ยงมักเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของมารดา
  • การคลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำกว่าปกติ
  • ภาวะรกเกาะต่ำ หรือภาวะที่รกเกิดการฝังตัวหรือเกาะอยู่ใกล้กับบริเวณปากมดลูกหรือขวางปากมดลูก ทำให้มีเลือดออกโดยไม่มีอาการเจ็บครรภ์ หรือเกิดการเสียเลือดมากขณะคลอดซึ่งอาจแก้ไขได้โดยใช้วิธีผ่าคลอดแทนการคลอดแบบธรรมชาติ

วิธีการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

1. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจความพร้อมของร่างกาย

ไปพบแพทย์เพื่อตรวจความพร้อมของร่างกายก่อนที่จะมีบุตรและควรพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ รวมถึงไปตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

2. ทานวิตามินเสริมที่มีกรดโฟลิค 400 ไมโครกรัมต่อวัน

ใส่ใจในโภชนาการที่ดี รับประทานอาหารหรือวิตามินเสริมที่มีกรดโฟลิคให้ได้ในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน

3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินกว่ามาตรฐาน

คุณแม่ท้องต้องควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินกว่ามาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและภาวะความดันโลหิตสูง

4. งดแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และงดสูบบุหรี่

งดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน งดแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่ท้องทุกคนพึงปฎิบัติอยู่แล้วค่ะ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

5. หมั่นออกกำลังกาย ภายใต้การแนะนำของแพทย์

คุณแม่ท้องควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง แต่ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์ด้วยค่ะ

6. ไม่ควรรับประทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

ไม่ควรรับประทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะจะเสี่ยงต่อลูกน้อยในครรภ์

7. หลังคลอด ควรให้ลูกกินนมแม่อย่างน้อย 8 เดือน

หลังคลอด ควรให้ลูกกินนมแม่อย่างน้อย 8 เดือน เพราะนมแม่มีประโยชน์ช่วยให้ลูกได้สารอาหารครบถ้วน มีภูมิต้านทาน และนอกจากเป็นประโยชน์ต่อลูกแล้ว การให้ลูกกินนมแม่ ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น ผอมเร็ว เพราะไขมันในร่างกายเอามาทำเป็นน้ำนมให้ลูกกิน และยังเป็นการคุมกำเนิดไปในตัว

จะเห็นได้ว่า แม้ว่าการตั้งครรภ์ในช่วงอายุที่มากขึ้นจะค่อนข้างมีข้อจำกัดในด้านความสมบูรณ์ของร่างกายแต่หากคุณแม่มีการเตรียมความพร้อมและไม่ละเลยการดูแลสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ “อายุ” ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการมีบุตรอย่างแน่นอนค่ะ

ที่มา – bumrungrad.com

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เตรียมตัวเป็นแม่ เตรียมตัวเป็นแม่
25 กันยายน 2560
สิทธิประโยชน์ “ฝากครรภ์ฟรี” ปี 60
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
เมื่อไม่นานมานี้คุณพ่อคุณแม่เองก็คงได้ยินคนพูดถึงคาร์ซีทกันมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยนี้ก็ได้มีการกำหนดความปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยมีผลบังคับและเริ่มในวันที่ 5 กันยายน 65 ที่จะถึงนี้ และมีสาระสำคัญดังนี้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี หรือผู้โดยสารที่สูงไม่เกิน 135 ซม. จะต้องนั่ง คาร์ซีท บูสเตอร์ซีท หรือคาด เข็มขัดนิรภัย ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน จะต้องโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อีกทั้งขณะขับรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ผู้ขับขี่ ต้องรัดร่างกายด้วย เข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งตลอดเวลา ในขณะขับรถยนต์ คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์ คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ คนโดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด ทั้งนี้ความผิดในส่วนของรถส่วนบุคคล มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยมีผลบังคับในอีก 120 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหมายถึงจะเริ่มใช้วันแรกในวันที่ 5 กันยายน 2565 อ้างอิง : ราชกิจจานุเบกษา
10 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save