fbpx

5 ข้อดีของการผ่าคลอดสำหรับคุณแม่จะมีอะไรบ้าง ?

Writer : giftoun
: 22 มกราคม 2561

 

ปัจจุบันคุณแม่หันมาผ่าคลอดกันมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การผ่าคลอดปลอดภัยมากขึ้นตามไปด้วย แล้วข้อดีของการผ่าคลอดจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

วิธีการผ่าคลอดที่ทำโดยหมอ

การผ่าคลอดนั้น คุณหมอต้องผ่าตัดคลอดเพื่อความปลอดภัยของลูก ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดคลอดจัดเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยสูง

สามารถกำหนดเวลาคลอดได้

สามารถระบุวันและเวลาเพื่อเตรียมตัวได้ เนื่องจากคุณแม่อายจมีปัญหาหลายอย่าง เช่น ปัญหาการทำงาน บ้านอยู่ไกล หรือปัญหาจราจร

ลดอาการเจ็บระหว่างคลอด

คุณแม่จะไม่ต้องเจ็บปวดกับการคลอดเองเพราะระหว่างคลอดมีการโปะยาสลบหรือบล็อกหลัง แต่อาจจะเจ็บแผลหลังคลอดบ้างค่ะ

ช่องคลอดหลังคลอดยังกระชับเหมือนเดิม

เพราะคุณหมอจะเป็นคนผ่าคลอดบริเวณท้องให้ ช่องคลอดจึงยังกระชับเหมือนเดิมค่ะ

ใช้ในกรณีคุณแม่มีปัญหาอื่น

มีปัญหาบางอย่างที่คุณแม่ไม่สามารถคลอดเองได้ตามธรรมชาติและจำเป็นต้องผ่าคลอด เช่น ลูกคลอดทางช่องคลอดไม่ได้เพราะตัวใหญ่มาก ลูกนอนอยู่ในท่าหรือแนวที่ผิดปกติ รกเกาะต่ำขวางที่ปากมดลูกและมีเลือดออกมาหากทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และลูกในท้องได้ ในบางรายที่คุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และลูกในท้องไม่ค่อยจะแข็งแรงเสี่ยงที่จะขาดออกซิเจนขณะเจ็บท้องคลอดได้ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการผ่าคลอดหลายข้อก็จริง แต่ก็มีอีกหลายข้อที่ควรคิดถึงเหมือนกัน แนะนำให้คุณแม่ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
7วิธีลดน้ำหนักสำหรับคุณแม่หลังคลอด
เตรียมตัวเป็นแม่
สิทธิประโยชน์ “ฝากครรภ์ฟรี” ปี 60
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama