fbpx

5 สไตล์การเลี้ยงลูกของคุณแม่ อยากรู้มั้ยคุณเป็นแม่แบบไหน?

Writer : nunzmoko
: 3 มิถุนายน 2562

รูปแบบของการเลี้ยงลูก จริงๆ มีอยู่หลากหลายแบบ เพราะแต่ละคนก็เลี้ยงลูกหรือมีสไตล์การเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งสไตล์การเลี้ยงแต่ละแบบ แน่นอนว่ามีผลต่อลูกรักของเราอย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่าคุณเป็นคุณแม่แบบไหน แล้วถ้าเป็นแบบนี้แล้วอยากลองเป็นแบบอื่นบ้างมั้ย

1. คุณแม่เจ้าระเบียบ

ความเจ้าระเบียบ ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในตัวทุกคนขึ้นอยู่ว่าจะมากหรือน้อย เพราะคุณแม่เข้มงวดเพื่อให้ลูกมีระเบียบตั้งแต่เด็ก เช่น กินอาหารตรงเวลา เล่น เรียน นอนตามเวลา กินอาหารสุภาพและใส่ใจดูแลข้าวของเครื่องใช้ แม่หลายคนอาจเข้มงวดน้อยลง เมื่อลูกอายุ 4 – 5 ขวบ แต่ก็ยังอาจมีการกำหนดเวลากลับบ้านหรือทำกิจกรรมบางอย่างให้ตรงเวลา

2. คุณแม่วัยรุ่น

คุณแม่วัยรุ่นจะเหมือนเพื่อนของลูกๆ เป็นทั้งแม่และเพื่อนสนิท มีความคิดอ่านทันสมัย ค่อนข้างเป็นประชาธิปไตย แม่ลูกต่างรับฟังความคิดเห็นกันและกัน และพยายามพูดคุยกันทุกเรื่อง จึงเกิดความไว้วางใจกันและกัน ไปไหนไปด้วยกัน คุณแม่วัยรุ่นจะชอบแต่งตัวเด็กเป็นเพื่อนลูกจนหลายๆ คน เข้าใจว่าเป็นพี่สาวเสมอ และเพื่อนๆ ลูกก็รู้สึกว่า แม่เพื่อนเป็นเหมือนแม่ตัวเองและจะสนิทสนมไปด้วย

3. คุณแม่สายเชียร์

แม่กลุ่มนี้ เป็นคุณแม่ที่พร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ลูกสนใจหรือเป็นประโยชน์ต่อลูก ไม่ว่าจะมีประกวด มีการแข่งขัน มีกิจกรรมให้ลูกได้แสดงออก คุณแม่จะดันลูกๆ หรือสนับสนุนให้ลูกเข้าชมรม คอยรับส่ง จัดหาอาหาร อุปกรณ์ เสื้อผ้า ทุกอย่างที่ลูกต้องการ คุณแม่มักคอยเชียร์ลูกข้างสนาม หรือเคียงข้างลูกๆ เสมอ คุณแม่สายเชียร์จะคอยให้กำลังใจเสมอเมื่อลูกแพ้ ชื่นชมยินดีเมื่อลูกชนะ และคอยกระตุ้นให้ลูกมีความมั่นใจ ช่วยให้ลูกๆ มีความอดทน มุ่งมั่นเพื่อให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง

4. คุณแม่แล้วแต่พ่อ

คุณแม่กลุ่มนี้ มักจะเป็นแม่แบบโบราณ คือเป็นแม่บ้านอยู่บ้านส่วนคุณพ่อทำงาน คุณพ่อจะว่าอย่างไร แม่ก็จะว่าไปตามนั้น โดยเฉพาะการเลี้ยงดูลูก ลูกๆ จะเกรงกลัวพ่อมากกว่า คุณแม่จะเป็นสายอบอุ่นเป็นที่พึ่งและคอยเป็นไหล่ให้ลูกซบเมื่อลูกเสียใจเสมอ ลูกจะเปิดใจเล่าเรื่องต่างๆ ให้คุณแม่ฟังเสมอ จนทำให้บางครั้งลูกอาจไม่เชื่อฟัง ดังนั้น หากคุณแม่เป็นสายแล้วแต่พ่อ ก็อย่าลืมพยายามใจแข็งเข้มงวดกับลูกบ้าง เพื่อให้ลูกมีระเบียบและเชื่อฟังนะคะ

5. คุณแม่หวงลูก

คุณแม่หวงลูก ห่วงลูก โดยทั่วไปแล้ว แม่ทุกคนก็จะหวง และเป็นห่วงเป็นใยลูกอยู่แล้ว แต่แม่กลุ่มนี้จะเป็นมากกว่าคนอื่นเขา ตอนเล็กก็ประกบติดลูกตลอด จะไปไหนมาไหน แม่อยู่เคียงข้างไม่ห่าง แม่บางคนถ้าครูยอมให้นั่งในห้องเรียนได้ คงเรียนพร้อมลูกไปแล้ว พอโตหน่อย ก็ยังไม่ปล่อย ลูกจะทำอะไรที่ไหน แม่ต้องรู้ ต้องอยู่ด้วยเสมอ เพราะห่วงลูกสารพัด ใครมาจีบลูก ต้องจีบแม่ให้ได้ก่อน

ทั้ง 5 สไตล์เป็นเพียงตัวอย่างที่คุณแม่หลายคนอาจจะเป็นแบบใดแบบหนึ่ง หรือบางคนก็อาจเป็นหลายๆ แบบในคนๆ เดียวกันก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ สไตล์ไหนก็เชื่อว่าแม่ทุกคนล้วนมีความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูกและตั้งใจเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จและมีความสุขค่ะ

ที่มา – สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
14 พฤศจิกายน 2560
เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
ก่อนปรุงอาหาร แน่นอนว่าเราทุกคนล้วนจะต้องล้างเนื้อสัตว์ก่อนนำมาปรุงอาหารใช่ไหมคะ เพราะคิดว่าจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและทำให้เราปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แต่ความคิดนี้อาจต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีรายงานว่าการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงไม่ได้ช่วยทำให้สะอาดขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังวัตถุดิบอื่นๆ รายงานของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการล้างเนื้อไก่ดิบ และกล่าวอีกว่า ถึงแม้รายงานนี้อาจจะขัดต่อความเชื่อและความรู้สึกของผู้ทำอาหารจำนวนมาก แต่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงเหตุผลที่ไม่ควรล้างเนื้อไก่ดิบก่อนปรุงอาหาร เพราะในความเป็นจริงการล้างเนื้อสัตว์ก่อนปรุงกลับยิ่งทำให้แบคทีเรียก่อโรค เช่น ซาลโมเนลลา แพร่กระจายไปทั่วชิ้นเนื้อ และเมื่อเราสัมผัสเนื้อไก่ดิบที่มีเชื้อโรคแล้วไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ พอไปจับอุปกรณ์ทำอาหารหรือวัตถุดิบอื่นก็ยิ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การใช้น้ำประปาล้างเนื้อสัตว์ดิบทุกชนิดก่อนปรุงอาหารล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายกว่าเดิม โดย USDA ยืนยันว่าเชื้อแบคทีเรียที่พบในเนื้อสัตว์จะตายและบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย หากปรุงสุกด้วยความร้อนขั้นต่ำตั้งแต่ 62-73 องศาเซลเซียส ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าเนื้อสัตว์ที่จะใช้มีคราบหรืออยากกำจัดชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการก็ให้ใช้กระดาษเปียกซับคราบหรือดึงชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการทิ้ง จากนั้นต้องล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และทำความสะอาดอ่างล้างจานก็เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะช่วยลดการแพร่กระจายต่อเชื้อโรคได้ อ้างอิงจาก voicetv.co.th fsis.usda.gov
23 สิงหาคม 2562