fbpx

7 กิจกรรมก่อนนอนช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่ายขึ้น

: 20 กันยายน 2560

พาลูกเข้านอน เป็นกิจกรรมที่ต้องทำทุกวัน แต่เด็กๆ ไม่ได้เข้านอนกันง่ายๆ นี่สิ กว่าจะหลับกันได้แต่ละคืนต้องหาสารพัดวิธีมาหลอกล่อ มาดู 7 กิจกรรมก่อนนอน ช่วยให้ลูกหลับได้ง่ายขึ้นกัน

1. แปรงฟัน

ทำให้เป็นนิสัยว่าก่อนนอนเราจะต้องแปรงฟันกันนะ เมื่อเราทำเป็นกิจวัตร ลูกจะเริ่มรู้ว่าเมื่อไหร่ที่แปรงฟัน จะใกล้ถึงเวลานอนแล้ว

2. สวดมนต์

ทำให้เป็นกิจวัตรก่อนนอนทุกวัน ช่วยให้จิตใจสงบดีค่ะ

3. นอนคุยกัน

หนึ่งในสาเหตุที่ลูกยังไม่ยอมนอน อาจเพราะเขายังมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้เราฟังอยู่ก็ได้ ลองใช้ช่วงเวลานี้คุยกันก่อนที่เราจะไปอ่านนิทาน ให้เขาได้มีโอกาสเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนั้นดู จะช่วยให้ลูกได้ปลดปล่อยและทำให้เราและลูกสนิทกันมากขึ้นด้วยค่ะ

4. หากิจกรรมให้เล่นระหว่างวัน

กิจกรรม outdoor เช่นขี่จักรยาน วิ่งเล่น ว่ายน้ำ ที่เราให้ลูกทำระหว่างวัน สามารถช่วยให้ลูกหลับได้ง่ายขึ้นนะคะ

5. อ่านนิทาน

ลองเลือกนิทานที่อ่านสบายๆ ไม่ต้องตื่นเต้นมาก และถ้าบ้านไหนอยากสอนภาษาอังกฤษกับลูก แนะนำอ่านนิทานภาษาอังกฤษช่วงเวลานี้ดีที่สุด สอนได้ทั้งพ่อทั้งลูกเลยค่ะ

6. สร้างบรรยกาศให้เหมาะแก่การนอน

เมื่ออ่านนิทานเสร็จแล้ว ให้เราหรี่ไฟและสร้างบรรยาศในห้องนอนให้สงบและเหมาะแก่การนอน พยายามเลี่ยงแสงไฟจ้าๆ หรือเสียงเพลงที่อาจรบกวนการนอนของลูกค่ะ

7. หลับก่อนเลย

ถ้าทำทุกอย่างด้านบนแล้วลูกยังไม่หลับสักที ให้ใช้วิธีหลับก่อนเลยค่ะ บอกลูกไว้ก่อนว่า ถ้าหนูไม่หลับแม่จะหลับแล้วนะลูก แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะ แล้วก็หลับไปเลยค่ะ ไม่ว่าลูกจะตีแขน ดึงผม สะกิดหัวยังไง ให้พยายามหลับต่อไป เมื่อลูกไม่มีเพื่อนคุยหรือเพื่อนเล่นแล้ว เดี๋ยวเขาก็จะหลับตามเราไปเอง บ้านนี้ใช้ได้ผลมาแล้วค่ะ😀

 

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 วิธีที่คุณพ่อเล่นกับลูกได้
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Applied Developmental Psychology เผยว่าเด็กที่พูดได้น้อย มีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์อารมณ์เสียง่ายและรุนแรงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ที่มีทักษะภาษาอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยงานวิจัยนี้ได้มีการสำรวจผู้ปกครองจากทั่วประเทศมากกว่า 2,000 คนที่มีลูกเล็กอายุตั้งแต่ 12-38 เดือน เพื่อเก็บผลสำรวจจากการตอบคำถาม ในเรื่องของพัฒนาการทางภาษาและพฤติกรรมทางอารมณ์ของลูกในแง่ของความฉุนเฉียว ผลสำรวจออกมาว่า เด็กที่พูดได้ต่ำกว่า 50 คำ หรือไม่สามารถประสมคำได้ภายในอายุ 2 ปี จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “เด็กพูดช้า” โดยเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมีอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง และบ่อยกว่าเด็กที่มีทักษะภาษาระดับปกติในอัตราเกือบ 2 เท่า ซึ่งความรู้สึกหงุดหงิดง่ายและทักษะทางภาษาที่ล่าช้า นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความผิดปกติทางภาษาและการเรียนรู้ในภายหลัง เด็กที่พูดช้าราว 40% จะมีปัญหาทางภาษาเรื้อรัง ที่อาจกระทบความสามารถทางวิชาการของเด็กได้ อ้างอิงจาก https://www.mcot.net/view/5dd62d74e3f8e40b2f3b6931
22 พฤศจิกายน 2562