7 กิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรีทำง่ายๆ ได้ที่บ้าน

Writer : parentsone
: 26 มกราคม 2561

การเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรีนิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ โดยแนวคิดแบบมอนเตสซอรีเชื่อว่า “เด็กจะเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเขาได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตัวเขาเองเป็นศูนย์กลาง” มอนเตสซอรีจะช่วยพัฒนาลูกน้อยในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบประสาทสัมผัส, ภาษา, คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมถึงทักษะที่จำเป็นต่างๆในชีวิตประจำวัน วันนี้เราเลยนำกิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรีง่ายๆ มาให้ทุกคนไปลองทำกับเจ้าตัวเล็กกันค่ะ

ข้อดีของกิจกรรมมอนเตสซอรี

  • อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมน้อย สามารถหาได้ภายในบ้าน
  • ไม่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางสอน
  • เหมาะทั้งเด็กหญิงและชาย (อายุระหว่าง 3-5 ปี)

กิจกรรม 1 “เรียนรู้วิธีการถ่ายสิ่งของ”

กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาการทำงานของกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง และยังสามารถช่วยเหลือตัวเองในการตักอาหาร อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการฝึกเขียนหนังสือในอนาคต

สิ่งที่ต้องเตรียม : ถ้วย 2 ใบ, ช้อน, ถาดใบเล็ก, เมล็ดถั่วเหลืองหรือถั่วแดงแห้ง ½ ถ้วย

วิธีทำ
1. วางถ้วย 2 ใบบนถาด ใส่เมล็ดถั่วในถ้วยใบซ้าย วางช้อนไว้ด้านขวาสุด
2. ผู้ปกครองสาธิตก่อน โดยหยิบช้อนขึ้นมา และเริ่มใช้ช้อนตักเมล็ดถั่วจากถ้วยซ้ายไปยังถ้วยขวาจนหมด
3. วางช้อนที่เดิม สลับที่ให้ถ้วยที่มีเมล็ดถั่วอยู่ทางซ้าย แล้วจึงส่งถาดให้เด็กฝึก

กิจกรรม 2 “การขัดรองเท้า”

กิจกรรมง่ายๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึง! การขัดรองเท้าจะช่วยพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวให้เด็กได้ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่ต้องเตรียม : ยาขัดรองเท้าสีธรรมชาติ, ภาชนะเล็กๆ สำหรับแบ่งใส่ยาขัดรองเท้า, ผ้าหรือแผ่นรองพลาสติก, รองเท้านักเรียน, แปรงขัดรองเท้าขนาดเล็ก, ผ้าผืนเล็ก

วิธีทำ
1. ก่อนเริ่ม ผู้ปกครองควรแบ่งยาขัดเล็กน้อยใส่ภาชนะแยกไว้ (เพื่อจำกัดปริมาณยาที่ใช้) ปูผ้าหรือแผ่นรองกันเปื้อน จากนั้นค่อยวางรองเท้า ภาชนะใส่ยาขัด แปรง และผ้าบนแผ่นรอง
2. เอาผ้าป้ายยาขัดแล้วทาบนรองเท้าข้างหนึ่งให้ทั่ว จากนั้นหยิบแปรงขึ้นมาขัดรองเท้าจนขึ้นเงา เมื่อเสร็จ ส่งให้เด็กลองฝึกทำอีกข้างหนึ่ง
3. หลังจบกิจกรรม ควรถามเด็กว่าทำไมต้องทำความสะอาดรองเท้า และทำไมต้องมีแผ่นรองสำหรับวางรองเท้า ถ้าเด็กไม่แน่ใจ ชี้นำให้ตอบโดยให้ดูพื้นรองเท้า

กิจกรรม 3 “เรียนรู้วิธีใช้ไม้หนีบ”

ไม้หนีบ อุปกรณ์ที่ทุกบ้านต้องมี กิจกรรมก็แสนง่าย อีกทั้งเด็กเล็กสามารถทำได้และสนุกกับมัน

สิ่งที่ต้องเตรียม : ตะกร้าใบเล็ก, ไม้หนีบ

วิธีทำ
1. วางตระกร้าข้างหน้าตัวคุณ หยิบไม้หนีบมาหนีบรอบขอบตะกร้าช้าๆ
2. สาธิตวิธีง้างและหนีบไม้หนีบ เพื่อให้เด็กรู้ว่าจะต้องอ้าไม้หนีบให้เต็มที่เมื่อจะหนีบขอบตะกร้า และเมื่อจะดึงออก
3. ใช้ไม้หนีบหนีบขอบตะกร้าให้เด็กดูส่วนหนึ่ง จากนั้นส่งตะกร้าให้เด็กใช้ไม้หนีบหนีบขอบตะกร้าจนหมด
4. เมื่อเด็กทำเสร็จแล้ว แสดงวิธีดึงไม้หนีบออกจากขอบตะกร้า และวางเก็บในตะกร้าตามเดิม

กิจกรรม 4 “เปรียบเทียบความต่างของกลิ่น”

กิจกรรมนี้เด็กๆ จะได้แยกกลิ่นทั้งกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็น และยังทำให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้บรรยายกลิ่นต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียม : ของ 6 อย่างที่มีกลิ่นต่างกัน เช่น น้ำหอม แอมโมเนีย ผลไม้รสเปรี้ยว กาแฟ และน้ำส้มสายชู, ขวดโหลหรือภาชนะเล็กๆ 6 ใบ, สำลี, ถาด

วิธีทำ
1. ใช้สำลีชุบกลิ่นต่างๆอย่างละ 1 ก้อน ถ้าใช้ผลไม้รสเปรี้ยว ให้บีบน้ำใส่สำลีเพื่อแยกกลิ่นออกจากตัวผลไม้ นำสำลีแต่ละก้อนไปไว้ในขวดโหลแต่ละใบ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที วางแยกกลิ่นหอมไว้ด้านขวาและกลิ่นเหม็นไว้ด้านซ้ายบนถาด
2. เริ่มกิจกรรม บอกเด็กว่าคุณจะแยกกลิ่นหอมและเหม็น โดยยกขวดที่มีกลิ่นหอมขึ้นมาดม และพูดว่า “หอมจังเลย” แล้ววางไว้ด้านขวาของโต๊ะ แสดงให้เด็กเห็นว่าต้องใช้เวลาดม ก่อนจะตัดสินว่ากลิ่นเป็นอย่างไร
3. ทำเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งกับขวดโหลที่มีกลิ่นเหม็น และพูดว่า “แม่ไม่ชอบกลิ่นนี้เลย เหม็นจัง” แล้ววางขวดไว้ด้านซ้ายของโต๊ะ
4. ให้เด็กดมและแยกกลิ่นต่อให้หมด เมื่อเสร็จแล้วจะได้โหลที่มีกลิ่นเหม็นวางอยู่ด้านซ้าย และกลิ่นหอมวางอยู่ด้านขวา
5. อธิบายให้เด็กฟังว่าทุกคนไม่ได้ชอบกลิ่นเดียวกันเสมอไป จากนั้นถามเด็กว่าชอบกลิ่นไหนที่สุด และทำไมถึงชอบ

กิจกรรม 5 “การใช้กรรไกรตัด”

กิจกรรมนี้สอนการใช้กรรไกรตัดเป็นเส้นตรงตามรอยอย่างระมัดระวัง โดยให้เด็กเลื่อนกระดาษไปด้วยขณะตัด

สิ่งที่ต้องเตรียม : กรรไกร(ขนาดเหมาะกับมือเด็ก), ไม้บรรทัด, กระดาษ A4, สีเมจิก

วิธีทำ
1. ตัดกระดาษเป็น 5 ชิ้นตามแนวขวาง  ใช้ไม้บรรทัดและสีเมจิกขีดเส้นตรงกลางกระดาษแต่ละชิ้น
2. หยิบกรรไกรขึ้นมาและแสดงวิธีจับกรรไกรให้เด็กดู (เนื่องจากมือของเด็กค่อนข้างเล็ก อาจจะให้ใช้ 2 นิ้วสอดเข้าไปในช่องนิ้วชี้) สาธิตให้เด็กเห็นการถ่างและหุบขากรรไกร
3. เลือกกระดาษขึ้นมา 1 ชิ้น ถือไว้ในมือข้างหนึ่ง แล้วตัดตามเส้นที่ขีดไว้ เลื่อนกระดาษไปด้วยขณะตัด
4. เมื่อเสร็จ ให้เด็กตัดชิ้นกระดาษที่เหลือต่อเองจนหมด

กิจกรรม 6 “การจัดชุด”

กิจกรรมนี้จะให้เด็กคัดสิ่งของให้เข้าชุดเดียวกัน เมื่อเด็กเข้าใจวิธีทำแล้ว ต่อไปก็เป็นการคัดเลือกสิ่งของตามสี รูปทรง และขนาด

สิ่งที่ต้องเตรียม : สิ่งของเล็กๆ 4 ชุด เช่น ดินสอ ลูกปัด ไม้หนีบผ้า, ตระกร้าหรือภาชนะสำหรับใส่สิ่งของ, เชือก 4 เส้น

วิธีทำ
1. วางตะกร้าที่ใส่ของรวมกันไว้ ถามเด็กว่าในตะกร้ามีของอะไรบ้าง อธิบายว่าของในตะกร้าปนเปกัน และต้องจัดแยกเป็นชุด
2. นำเชือกมาขดเป็นวงกลมนอกตะกร้า แล้วนำของแต่ละชนิดไปวางในวงแต่ละวงอย่างละ 1 ชิ้น
3. ให้เด็กหยิบของที่เหลือ วางให้เข้าชุดกับของที่อยู่ในวงแต่ละวงจนหมด

กิจกรรม 7 “รู้วิธีเทสิ่งของ”

สำหรับผู้ใหญ่ การเทของเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับเด็กนั้นกลับต้องใช้สมาธิอย่างมาก วิธีนี้จะช่วยฝึกการทำงานประสานกันระหว่างมือและตาให้สัมพันธ์กัน

สิ่งที่ต้องเตรียม : เหยือกพลาสติก 2 ใบ, เมล็ดถั่วเขียวหรือถั่วแดงแห้ง, ถาด

วิธีทำ
1. วางเหยือก 2 ใบบนถาด หันพวยเข้าหากัน ใส่ถั่วลงไปในเหยือกด้านขวา 1 ใน 3 ของเหยือก
2. ใช้มือขวายกเหยือกขึ้นมือ และใช้มือซ้ายประคอง
3. เทถั่วลงในเหยือกด้านซ้ายให้เด็กดู เสร็จแล้วสลับที่เหยือกทั้งคู่ จากนั้นให้เด็กฝึกทำเอง

เด็กๆ จะได้อะไรจากกิจกรรมมอนเตสซอรี

  • ความสนุกสนานในการเรียนรู้
  • ฝึกความเป็นระเบียบเรียบร้อย
  • เด็กกล้าคิดและตัดสินใจเอง
  • พัฒนาความสามารถในการควบคุมความเคลื่อนไหว
  • ฝึกความมั่นใจในตนเอง
  • ความรู้สึกภูมิใจในตนเอง
  • พ่อแม่เข้าใจลูกมากขึ้น
  • เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในอนาคต

ข้อควรระวัง : ในทุกกิจกรรมอาจมีอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ หากใช้ผิดวิธี ควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดระหว่างทำกิจกรรม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
  • หนังสือฝึกให้หนูลงมือทำ กิจกรรมตามแนวคิดมอนเตสซอรี โดย Maja Pitamic, ผศ.ดร.ศิริรัตน์ นีละคุปต์ (แปล)
Writer Profile : parentsone

  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เด็กวัยเข้าโรงเรียน เด็กวัยเข้าโรงเรียน
27 พฤศจิกายน 2560
รวมกิจกรรมช่วงปิดเทอมสำหรับลูก
กิจกรรมของครอบครัว
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561