ดูอย่างไรว่าลูกถนัดซ้ายหรือขวา ดูตรงไหนได้บ้าง

Writer : giftoun
: 26 กุมภาพันธ์ 2561

 

การที่จะรู้ว่าลูกถนัดซ้ายหรือขวากันแน่ มักจะสังเกตได้เด่นชัดเมื่อลูกมีอายุมากกว่า 3 ขวบขึ้นไป และเด็กหลายคนก็จะมีความสามารถในการใช้มือซ้ายบ้างขวาบ้าง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ว่าลูกจะถนัดมือไหนแน่ สามารถสังเกตได้จากการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของลูกดังต่อไปนี้

ดูตอนเล่นของเล่น

เพราะตอนอยู่กับของเล่นลูกจะเป็นธรรมชาติที่สุด ตอนเล่นของเล่นนั้นลูกจะถนัดหยิบด้วยมือข้างไหนมากกว่ากัน

ดูตอนหัดเขียนหนังสือ

ตอนหัดเขียนหนังสือช่วงแรกแน่นอนว่าลูกมักจะลองเขียนจากมือทั้ง 2 ข้าง ลองดูว่าลูกถนัดเขียนด้วยมือข้างไหนมากกว่ากัน

ดูตอนจับมือ

เวลาเอื้อมมือไปจับมือลูกนั้น ลูกมักจับด้วยมือซ้ายหรือมือขวามากกว่ากัน ก็จะพอเดาได้ว่าลูกถนัดมือไหมมากกว่ากันค่ะ

ดูตอนยื่นของให้

ตอนที่ยื่นของให้ลูกมักรับของด้วยมือข้างซ้ายหรือข้างขวามากกว่ากัน

ดูตอนผูกเชือกรองเท้า

ลองสังเกตดูว่าเวลาผูกเชือกรองเท้านั้นมักผูกข้างไหนก่อนระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวา

ดูตอนปั้นดินน้ำมัน

จริงอยู่ว่าการปั้นดินน้ำมันนั้นจะต้องใช้ 2 มือปั่นให้ได้รูปทรงตามต้องการ แต่สามารถสังเกตได้ว่าลูกมักใช้มือไหนในการปั้นส่วนประกอบหลักๆ

ดูตอนทานข้าว

สังเกตดูว่าลูกมักหยิบช้อนแล้วตักข้าวเข้าปากด้วยมือข้างไหนมากกว่ากัน

ทั้งนี้ไม่ว่าลูกจะถนัดขวาหรือถนัดซ้าย ก็ต้องใช้สองมือประสานร่วมกันทำงานอยู่ในแทบทุกกิจกรรมอยู่ดี การได้ใช้มือทั้ง 2 ข้างอยู่บ่อย ๆ จะช่วยให้สมองทั้ง 2 ซีกประสานงานในการถ่ายทอดข้อมูลแลกเปลี่ยนกันและกันได้ดีขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น และทำให้ความถนัดในการใช้มือทั้ง 2 ข้างใกล้เคียงกัน ดังนั้นไม่ว่าลูกจะถนัดด้านไหนก็ไม่มีความต่างทางด้านสติปัญญาหรือมีความผิดปกติที่แตกต่างกันอย่างใดค่ะ

ที่มา

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
20 มีนาคม 2561
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
8 วิธีให้ลูกดื่มน้ำเยอะขึ้น
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562